BMW เตรียมเผยโฉมซีรีส์ 5 ใหม่ผ่าน BMW VIRTUAL EXPERIENCE

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เชิญชวนลูกค้าและแฟนๆ บีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ ร่วมงาน BMW VIRTUAL EXPERIENCE กับประสบการณ์การเปิดตัวออนไลน์ครั้งแรกสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ “การเปลี่ยน” ผ่านมุมมองของสามบุคคลชื่อดังผ่านสามช่องทางออนไลน์

งาน BMW VIRTUAL EXPERIENCE จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 20.00 น. ภายใต้คอนเซ็ปต์เปิดตัวที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในธีม “Change the way you lead. Lead the way you change.” ผ่านทั้งสามช่องทางออนไลน์พร้อมกัน เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามอันทรงพลัง ยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น

ร่วมชม BMW VIRTUAL EXPERIENCE ได้จากสามช่องทาง กับสามแนวทางและเรื่องราวแห่งการเปลี่ยน ได้ที่

  1. BMW Thailand – A story of leading change กับ คุณอู๋ อติชาญ เชิงชวโน
    เรื่องราวของโลกกับเทคโนโลยีที่ไม่ได้เดินทางเป็นเส้นขนานอีกต่อไป เมื่อในปัจจุบัน เทคโนโลยีถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเกื้อกูลธรรมชาติ รับชมได้ที่ www.facebook.com/bmwthailand
  2. The Standard – A story of working change กับ คุณเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
    ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานหนัก แต่เกิดจากประสิทธิภาพของผลงานที่ออกมา รับชมได้ที่ www.facebook.com/thestandardth
  3. Workpoint – A story of world-saving change กับ คุณซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
    เจ้าของธุรกิจผู้ที่จะทำให้ภาพของผู้บริหารแบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงไป รับชมได้ที่ www.facebook.com/workpoint

นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์การเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่แล้ว ผู้ที่เข้ารับชมการถ่ายทอดและลงทะเบียนผ่านทั้งสามช่องทางดังกล่าว จะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งเดียวในชีวิต ที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ในราคาเพียงครึ่งล้านบาท โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโอกาสพิเศษสุดนี้ได้ระหว่างการถ่ายทอดผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้…ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เพจ BMW Thailand ทาง Facebook ที่ facebook.com/bmwthailand


“เบนซ์สตาร์แฟลก” ขน AMG กว่า 40 คันพร้อมเสริฟในงาน AMG Festival ครั้งที่ 2

เบนซ์สตาร์แฟลกจัดเต็มอีกครั้งในงาน AMG Festival ครั้งที่ 2 ขนกองทัพรถ AMG กว่า 40 คัน ให้คุณเลือกและเป็นเจ้าของกับราคาที่พิเศษมากกกกกก ทุกรุ่นทุกคัน พร้อมโปรโมชั่น แบบจัดเต็มรูปแบบ แห่งเดียวเท่านั้นตั้งแต่วันนี้ -31 มกราคม 2564

สำหรับลูกค้าที่พลาดจากครั้งที่แล้ว เบนซ์สตาร์แฟลกจัดภาค 2 พร้อมกับโปรโมชั่นที่ลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งในเรื่องของ ราคา การบริการอาทิ Mercedes AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษที่เลือกได้ตามใจชอบ เราดาวน์ให้ 1.5 ล้านบาท หรือ เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 70.647 บาท หรือ ซื้อปีนี้ให้คุณผ่อนปีหน้าพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe เบนซ์สตาร์แฟลก พร้อมดาวน์ให้ หรือเลือก ฟรีประกันภัยชั้น 1 นานถึง 5 ปี ยังไม่พอ เพราะเบนซ์สตาร์แฟลก ไม่ได้จัดเพียงแค่นี้ ลูกค้ายังพบกับ AMG รุ่นอื่นๆอีกมากมาย ในราคาพิเศษที่สามารถเอื้อมกันได้ไม่ยาก

นอกจากรถใหม่ป้ายแดงแล้ว เบนซ์สตาร์แฟลก ยังมอบความคุ้มค่ากับ รถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อยโดยรถยนต์ทุกคันผ่านการรับรองและตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า 200 จุด ตลอดทั่วทั้งคัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยอะไหล่แท้ และงานซ่อมที่ได้รับมาตรฐาน และการการันตีจาก Mercedes-Benz Certified (MBC) ให้ลูกค้าได้ทดลองขับและจับจองในราคาสุดพิเศษในจำนวนจำกัด อาทิ Mercedes – AMG C 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษเพียง 2,xxx,xxx บาทเท่านั้น

คุณชยุส กล่าว “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ เบนซ์สตาร์แฟลก ห่วงใยลูกค้าเสมอ ด้วยการออกมาตรการที่เข้มงวดสำหรับรองรับการควบคุมและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เน้นความสะอาด ด้วยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ในโชว์รูมและศูนย์บริการทุกตารางนิ้ว เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดพื้นที่ตามแบบ Social Distancing ในโชว์รูม / ที่นั่งลูกค้า / และพื้นที่อื่นๆ อย่างเคร่งครัด

แต่หากลูกค้ายังไม่คลายความกังวล เบนซ์สตาร์แฟลกจัดบริการพิเศษสุด เพื่อการเว้นระยะห่าง “Exclusive appointment” ลูกค้าสามารถนัดหมายเฉพาะคุณ แบบชมรถที่โชว์รูมแบบส่วนตัว รักษาระยะห่าง พร้อมบริการแบบพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการเข้ามาที่โชว์รูม เพียงนัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์ 02 248 6699″


ONE x Bruce Lee เสื้อผ้าคอลเลกชันฉลอง 80 ปี บรูซ ลี เหลืองดำต้องมา!

วัน แชมเปียนชิพ (ONE Championship) องค์กรกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ได้เปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่อย่างเป็นทางการ ได้แก่ ONE x Bruce Lee เพื่อฉลองอายุครบ 80 ปีของ บรูซ ลี หากเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่ ผ่านความร่วมมือของ Bruce Lee LLC (บริษัทที่ แชนนอน ลี บุตรสาวของ บรูซ ลี เป็นเจ้าของและผู้บริหาร)คอลเลกชันรุ่นนี้ถูกเผยว่าผลิตมาแบบจำนวนจำกัด มุ่งนำเสนอไลฟ์สไตล์และรูปแบบที่โดดเด่น ผ่านการผสมผสานระหว่างสีเหลืองและสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของตำนานดารานักบู๊ผู้ล่วงลับที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีบรูซ ลี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1940 เขาถูกยกให้เป็นบิดาแห่งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานยุคใหม่ ถือเป็นคนดังระดับโลกและซูเปอร์สตาร์แห่งภาพยนตร์แอคชันในยุค 1960 นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งศิลปะการต่อสู้จีทคุนโด (Jeet Kune Do) ซึ่งถือเป็นศาสตร์การต่อสู้แบบผสมผสานจากศิลปะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ โดยต่อมาเชื่อกันว่าเป็นรากฐานของกีฬา MMA ในยุคปัจจุบันนั่นเองสำหรับคอลเลกชัน ONE x Bruce Lee นี้ ประกอบไปด้วย แจ็คเก็ต, เสื้อฮู้ด, เสื้อยืด, กางเกงขาสั้น, กางเกงจ็อกเกอร์, กางเกงวอร์ม และอื่นๆ อีกมากมาย วางจำหน่ายทั่วโลกแล้ววันนี้ผ่าน ONE.SHOP ร้านขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์อย่างเป็นทางการของ วัน แชมเปียนชิพ โดยสามารถเข้าชมสินค้าคอลเลกชันนี้โดยตรงได้ที่ ONE.SHOP/brucelee


นิสสันร่วมต้านโควิด 19 ออกใบอนุญาตสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีฟรี!

นิสสันประกาศอนุญาตให้นำเทคโนโลยีที่มีต้นทุนไม่สูงมากมาใช้เพื่อต่อสู้กับโควิด 19 ภายใต้เงื่อนไขปฏิญญาการอนุญาตให้เข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (IP Open Access Declaration Against COVID-19) ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การลงนามในปฏิญญาถือเป็นการประกาศว่า นิสสันจะไม่ยืนยันสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ การออกแบบ หรือลิขสิทธิ์ในการดำเนินงานการต่อสู้กับโรคระบาด

ใบอนุญาตนี้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดที่พัฒนาโดยบริษัท ชิโน คอร์ปอเรชั่น (Chino Corp) และบริษัท ไซโก้ เอ็นพีซี คอร์ปอเรชั่น (Seiko NPC Corp) โดยทางบริษัท ชิโน ได้ใช้เทคโนโลยีของนิสสันในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์วัดอุณหภูมิบนร่างกายแบบไร้การสัมผัสซึ่งสามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกายที่สูงได้อย่างรวดเร็ว ไซโก้ เอ็นพีซี ได้พัฒนาเซ็นเซอร์ภายใต้ใบอนุญาตย่อยของเทคโนโลยีจาก บริษัท ไอเอชไอ แอร์โรว์ สเปซ จำกัด (IHI Aerospace Co., Ltd.) โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้ถูกใช้ในอุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกายแบบไร้การสัมผัสในหลายบริษัท
อุปกรณ์ตรวจวัดถูกนำไปใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน สนามบิน และสถานพยาบาล เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิแบบไร้การสัมผัสของนิสสันจะตรวจจับรังสีอินฟราเรดจากวัตถุหรือพื้นที่ และสามารถแสดงภาพ เช่น ภาพการกระจายอุณหภูมิที่มีความละเอียดประมาณ 2,000 พิกเซล และสามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเซ็นเซอร์ที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีทั่วไป ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการออกใบอนุญาตด้านเทคโนโลยีของนิสสันสามารถตรวจสอบได้ที่ http://bit.ly/2MJ8GNp

7 หนังคริสต์มาส​มันส์เลือดสาดดด!!!

คริสต์มาสปีนี้แตกต่างจากทุกปี​ หลายคนเลือกที่จะเก็บตัว​ ซุกที่นอนเพื่อความปลอดภัยห่างไกลโควิด19 ด้วยความหวังดีไม่อยากให้ชีวิตเศร้าเหงาหงอยไปมากกว่านี้เลยอยากแนะนำหนังบรรยากาศจิงเกิลเบลส์ แต่มันสาดดดด แถมเป็นหนังยอดฮิตในยุค90 รีบหามาดูกันซะ! กับ 7 เรื่องที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีอย่าง Die hard / Die hard 2 / Turbulence / Lethal Weapon / Batman Returns / The Long Kiss Goodnight / Behind Enemy Lines


เรื่องแรกไม่มีใครไม่รู้จักคนอึดตายยาก Die hard เรื่องเกิดขึ้นที่ตึกแห่งหนึ่งใจกลางเมืองลอสแองเจลิส ในคืนวันคริสต์มาส เมื่อผู้ก่อการร้ายบุกออฟฟิศเมียของ​ ’จอห์น แม็คเคลน’ ยอดตำรวจแห่งนิวยอร์ค รับบทโดยพี่เหม่งมหาภัย บรูซ วิลลิส เท่านั้นแหละความชิบหายวายป่วงก็ได้เกิดขึ้นกับผู้ก่อการร้ายนับ 10 ที่มาป่วนปาร์ตี้คริสต์มาสออฟฟิศเมีย…เว่อร์สัด! แต่สนุกโคตร


Die Hard 2 เรื่องบ้าบอเกิดขึ้นอีกครั้งจากฝีมือผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหม่ที่ต้องการช่วยเหลือราชายาเสพติดโดยการเข้ายึดสนามบิน และเหตุการณ์ครั้งนี้พระเอกของเรา​ ’จอห์น แม็คเคลน’ จะอยู่เฉยได้อย่างไร เพราะเมียของเค้า(อีกแล้ว) อยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะมาลงที่สนามบินแห่งนี้…งานนี้เละเทะแน่นอน!

มาต่อกันเรื่องความชิบหายบนเครื่องบินในคืนวันคริสต์มาสกันต่อ Turbulence 36,000 เขย่านรก เรื่องเกิดขึ้นบนเครื่อง 747 เครื่องบินสุดไฮโซที่บินในคืนวันคริสต์มาส แต่เที่ยวบินนี้นอกจากผู้โดยสารทั่วไปแล้วยังมีฆาตกรต่อเนื่องที่ทางตำรวจฝากโดยสารไปด้วย(เวรกรรม) งานนี้จะเละขนาดไหน…แต่บอกได้เลยว่ามีลุ้นเยี่ยวเหนียวแน่นอน


Lethal Weapon ริกส์ คนมโหฬาร​ เห้ย! คนมหากาฬ ปมเรื่องแนวดราม่าจากการศูนย์เสียลูกเมียในอุบัติเหตุทำให้ มาร์ติน ริกส์ ตำรวจเท็กซัสอดีตนาวิกโยธิน ติดแหงกอยู่ในความทุกข์ อะไรก็ดีขึ้นเมื่อได้มาเจอคู่หู โรเจอร์ เมอร์ทัค นักสืบแห่งกรมตำรวจลอสแอนเจลิสที่ทำงานกันอย่างบ้าระห่ำเพื่อลืมคืนวันอันเลวร้าย…จุดเด่นของเรื่องนี้คงอยู่ที่ลีลายียวนกวนตื๊ดดดดดของ 2 คู่หูบ้าพลังนี้แหละ…


Batman Returns ตีมเรื่องสุดหดหู่ในคืนวันอันหนาวเหน็บในช่วงคริสต์มาสในเมืองก๊อตแธมซิตี้ แบทแมน ภาคนี้ถ้าใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดอย่างแรงเพราะมี 2 ตัวร้ายดาวเด่นอย่าง มนุษย์เพนกวิน ที่มีอดีตอันโหดร้ายจากความพิการในเรื่องของรูปร่าง ที่มีเป้าหมายในการเป็นนายกเมืองก๊อตแธม และนางแมวป่าจิตป่วนสุดเซ็กซี่ ที่คอยโปรยเสน่ห์ใส่แบทแมนอยู่ตลอดเวลา…เพื่อ! ไปหาดูกันเอาเอง


The Long Kiss Goodnight (ชาร์ลีน มหาประลัย) เรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งกับอาการหลงลืมเรื่องราวในอดีตของเธอ แต่แล้วความสามารถพิเศษของเธอก็ค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อยเมื่อนักสืบคนหนึ่งค่อยๆ เข้ามาปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ในชีวิตของเธอ…จนสุดท้ายเธอคืออออออออออออ


Behind Enemy Lines (แหกมฤตยูแดนข้าศึก) ใครชอบแนวเครื่องบินรบ แนวเอาตัวรอด แนะนำเลยเรื่องนี้ตื่นเต้นลุ้นจิกหมอนตลอดเวลาเมื่อ เรือโท คริส เบอร์เน็ท (โอเว่น วิลสัน) นักบิน F/A-18 Hornet โดนสอยร่วงระหว่างภาระกิจลาดตระเวน แล้วดันไปถ่ายภาพการสังหารหมู่ไว้ได้…ความชิบหายจึงบังเกิดเพราะเหล่าข้าศึกต้องออกไล่ล่าเค้าเพื่อเอาภาพและปลีดชีพเค้าทิ้งซะ!…บัดซบจริงๆ เลย


โปรเจคพิเศษ Ducati-x-Lamborghini การร่วมมือกันของ 2 ความแรงระดับโลก!

เมื่อซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ‘ลัมโบร์กินี’ และซูเปอร์ไบค์ ‘ดูคาติ’ ร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของดีไซน์แห่งความสปอร์ต โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดอย่าง Lamborghini Sián FKP 37 (ลัมโบร์กินี ซีอาน เอฟเคพี 37) สู่โลกของรถจักรยานยนต์สุดล้ำอย่าง Ducati Diavel 1260 Lamborghini (ดูคาติ แดเวล หนึ่งสองหกศูนย์ ลัมโบร์กินี) จึงกลายเป็นโปรเจคสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปีที่ผลิตมาเพื่อแฟนพันธุ์แท้สองแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน รวมถึงนักสะสมจากทั่วโลก ได้ครอบครองเพียงแค่ 630 คันทั่วโลก


Ducati Diavel 1260 Lamborghini ได้นำคอนเซปต์หลักของ Lamborghini Sián FKP 37 มาผสมผสานกับพื้นฐานของ Ducati Diavel 1260 S โดยการนำจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Diavel มาร่วมออกแบบในโปรเจคนี้ ทำให้ Ducati Diavel 1260 Lamborghini มีความโดดเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา ทั้งล้อแมกซ์ที่ใช้วัสดุในการผลิตด้วยการอัดพิเศษ จึงทำให้มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ท่อร่วมไอดีและการ์ดหม้อน้ำที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ โครงสร้างหลักของตัวรถที่ทำจากแร่ที่มีความเบาและแข็งแกร่งเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้ปั๊มเบรกเบรมโบ้สีแดงซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของดูคาติ


สำหรับรายละเอียดชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ในโปรเจคพิเศษนี้ได้ถูกออกแบบใหม่โดย Centro Stile Ducati ที่เน้นการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นเดียวกับรถ Lamborghini Sián FKP 37 ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหม้อน้ำและชุดท่อร่วมไอดี, การ์ดท่อไอเสีย, สปอยเลอร์, ฝาครอบถังน้ำมันเชื้อเพลิง, ฝาครอบเบาะ, บังโคลนหน้าและหลัง, ฝาครอบเรือนไมล์ และโครงยึดโคมไฟหน้า


นายมิทจา บอร์เกิร์ต หัวหน้าฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งทางด้านการออกแบบของแบรนด์ลัมโบร์กินี ที่สร้างดีไซน์อันแตกต่างจนกลายเป็นที่รู้จักมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ เอกลักษณ์ของความเรียบหรู แต่เต็มไปด้วยความโดดเด่นแบบขั้นสุด เป็นหัวใจพื้นฐานของการออกแบบของเรา และด้วยแนวทางการออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทำให้เราสามารถถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีไปสู่สินค้าของแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งโปรเจคนี้ถือเป็นความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่ง การร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างสองแบรนด์ที่มีแรงบันดาลใจจากค่านิยมเดียวกันและมีความมุ่งมั่นให้รถทุกคันขับขี่สนุก”


นายอันเดร เฟราเรซิ ผู้อำนวยการ Ducati Centro Stile กล่าวว่า “ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ถูกสร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Sián FKP 37 และใช้หลักการออกแบบให้มีความโดดเด่นเช่นเดียวกันกับซูเปอร์คาร์รุ่นดังกล่าว นี่ถือเป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าร่วมกันของสองแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน ซึ่งดูคาติและลัมโบร์กินีมีความสปอร์ตอยู่ใน DNA ทำให้การออกแบบของเราสร้างความโดดเด่นให้กับผลงานสร้างสรรค์ของเราเสมอ”


แบบสีและลวดลายของ Diavel 1260 Lamborghini เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Centro Stile Ducati และ Centro stile Lamborghini ซึ่งจะใช้โทนสีเดียวกันกับ Lamborghini Sián FKP 37 ที่มีความโดดเด่นอย่างสี Verde ( Green ) Gea บนตัวถัง และใช้สี Oro ( Gold ) Electrum บนล้อแมกซ์ เฟรม และฝาครอบไฟท้าย นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะของลัมโบร์กินีอย่างดีไซน์รูปทรงหกเหลี่ยม และตัว ‘Y’ ไว้บนท่อไอเสีย รวมถึงลวดลายที่อยู่บนเบาะของ Diavel 1260 Lamborghini


Diavel 1260 Lamborghini จะมีหมายเลข ‘63’ อยู่ที่ตัวรถ ซึ่งเป็นหมายเลขสำคัญที่บ่งบอกถึงประวัติการก่อตั้งบริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ในปี 1963 และตัวเลขนี้ได้ถูกใช้ในการกำหนดจำนวนการผลิต Diavel 1260 Lamborghini โดยการนำตัวเลข 63 มาคูณ 10 จนกลายเป็นจำนวน Diavel 1260 Lamborghini ที่มีทั้งหมด 630 คันทั่วโลก ซึ่งพร้อมจำหน่ายที่ผู้จำหน่ายดูคาติทั่วโลกช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับทัพผู้บริหาร เดินหน้าลุยตลาดยนตรกรรมหรู!

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างการบริหารในองค์กร มุ่งเสริมประสิทธิภาพความแข็งแกร่งผ่านศักยภาพที่หลากหลาย พร้อมต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดยนตรกรรมพรีเมียม โดยการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งคุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และคุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขณะที่คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับดำแหน่งผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย และยังรวมถึงการแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ ในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยการแต่งตั้งทั้งหมดนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของการทำงานที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือการทำงานด้วยความรักและความหลงใหลในผลิตภัณฑ์ พนักงานของเราจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน การปรับโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ จะผสานเอาความหลงใหลดังกล่าว รวมทั้งศักยภาพและประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้บริหารทั้งสี่ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปมาอย่างยาวนาน และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพด้านการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค จากผลงานความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของผู้บริหารทั้งสี่ท่านนี้ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยคุณปรีชาเริ่มต้นทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ รับผิดชอบดูแลด้านการขายและการตลาดของมินิ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของมินิในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คุณปรีชาจะดูแลบริหารการวางแผนและกลยุทธ์ด้านการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยให้เกิดศักยภาพสูงสุดคุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็มีประสบการณ์ด้านการบริหารในหลายบทบาทหน้าที่มาอย่างยาวนานเช่นกัน โดยได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จึงมีความเชี่ยวชาญในการบริหารฝ่ายขายมากกว่า 15 ปีในหลายตำแหน่งของทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ฝ่ายขาย การบริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการขาย รวมถึงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ คุณชนินทร์จะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานโดยรวมในกิจกรรมการขายของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงพัฒนาและวางแผนด้านกลยุทธ์ฝ่ายขายเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดประเทศไทยด้านมินิ ประเทศไทย คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของมินิในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารแบรนด์ การขาย และการตลาด โดยคุณประภัสราได้เป็นส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 13 ปีแล้ว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและการขายจากการบริหารงานในหลายตำแหน่ง โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดในปี 2550 และในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดในปี 2553 จากนั้นคุณประภัสราได้นำทีมสร้างผลงานด้านยอดขายให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายในปี 2559 ก่อนที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้อำนวยการของมินิ ประเทศไทยนอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ เป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ โดยคุณรอนได้ทำงานในหลายตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐกิจสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2545 ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในปี 2557 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ ในตำแหน่งใหม่นี้ คุณรอนจะเข้ามารับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพรวมทางการเมืองและผลกระทบต่อบริษัทฯ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กร


Luminox Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 เพียง 800 เรือนในไทย!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Luminox รุ่น Luminox Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 ลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ จากความศรัทธาในจิตวิญญาณและการอุทิศตนของเจ้าหน้าที่หน่วยซีลในภารกิจต่างๆ คุณสมบัติโดดเด่นสมบุกสมบันตามแบบฉบับของ Luminox เหมาะสำหรับการใช้งานสุดโหดในทุกสภาวะการณ์ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางน้ำ หรือบนบก

โดยมีคำขวัญปลุกใจของหน่วย SEAL ประเทศไทยปรากฏอยู่บนหน้าปัดรุ่น 3501.GOLD.TNS นี้ว่า “NO ONE LEFT BEHIND” ซึ่งเป็นคำขวัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับหน่วย SEAL ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเตือนให้พวกเขาต่อสู้ไปกับทุกอุปสรรคอันท้าทายที่อยู่เบี้องหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถูกผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 800 เรือนเท่านั้น รันหมายเลข 001 – 800 ราคาเรือนละ 21,900 บาท

สำหรับรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นที่ 1 โดยมาในรูปแบบของ Box Set ประกอบด้วย สายผ้านาโต้และอุปกรณ์เปลี่ยนสายของแท้จาก Luminox Dog Tag รันหมายเลขตามหมายเลขสลักฝาหลัง และ Limited Edition Certification Card จัดจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายของทุก ๆ เรือน พร้อมมอบให้กับมูลนิธินักทำลายใต้น้ำจู่โจม เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

โดยสามารถสัมผัสนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้ในงานเปิดตัว ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 15 ธ.ค. 63 บริเวณ Q Step ชั้น 1 ณ เดอะ ปาร์ค (The PARQ), MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประตูทางออก 2 โดยมีบู๊ทจำหน่ายนาฬิการะหว่างวันที่ 14 ธันวาคม – 25 ธันวาคม 2563

เปิดจองนาฬิกา Luminox Limited Edition Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้ และสามารถรับสินค้าได้ในวันที่ 15 ธันวาคม ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด โทร 02-694-1888 , ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทาง FACEBOOK FANPAGE luminoxthailandofficial


สีสันเหนือกาลเวลา! ราโด ทรู ทินไลน์ เลส์ คูล์เลอร์ เลอ กอร์บูร์ซิเย่

หลังจากที่ RADO นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือกับเลอ กอร์บูร์ซูซี่ (Les Couleurs Suisse) องค์กรที่อยู่ภายใต้ Foundation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบ เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว และประสบความสำเร็จโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ RADO จึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบให้พัฒนาไปอีกระดับ

สีสันมีความสำคัญต่อการออกแบบอย่างแท้จริง อานุภาพของสีได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยฟังก์ชั่นและเอฟเฟกต์ด้านการออกแบบสีนั้นได้รับการพัฒนาและวางแนวคิดใหม่ โดย เลอ กอร์บูร์ซิเย่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งมอบสีสันให้กับงานด้านการก่อสร้าง ส่งมอบประสบการณ์จากความว่างเปล่าสู่ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและการออกแบบสีเชิงสถาปัตยกรรม


ซึ่ง Charles Edouard Jeanneret Gris (ชื่อโดยกำเนิดของ Le Corbusier) หนึ่งในสถาปนิกและนักออกแบบระดับตำนาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ภาพวาด กราฟิก ประติมากรรมและสิ่งทอ และเป็นผู้ที่สามารถจำแนกเฉดสีได้ถึง 63 เฉดสี จาก 2 คอลเลคชั่น ซึ่งทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มด้วยเฉดและโทนสีที่ต่างกัน สีทั้ง 63 เฉดของ Le Corbusier นำไปสู่การพัฒนาชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันและได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น

นอกจากนี้ระบบสีของ Le Corbusier ยังเป็นที่ยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดข้อมูลด้านจิตวิทยาในทุกๆ เฉดสี โดยสีสันแห่งสถาปัตยกรรมของ Le Corbusier ได้ถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ก่อนพัฒนาต่อเนื่องและสร้างความฮือฮาอีกครั้งในปี 1959 และยังคงได้รับการยกย่องว่ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความสำคัญกับการออกแบบอย่างแยกกันไม่ได้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 ปีหลังจากที่ชุดสีเหล่านี้ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

ขณะที่ RADO ผู้สรรสร้างนนาฬิการะดับโลกเป็นที่รู้จักในนาม “ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์” ของวงการนาฬิกาในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการสร้างสีสันที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในการสร้างสีสันลงบนวัสดุไฮเทคเซรามิกถึง 14 สี นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ไฮเทคเซรามิกครั้งแรกในปี 1986 และได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาสีในวัสดุไฮเทคเซรามิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เพื่อเฉลิมฉลองสีสันแห่งตำนานและพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ ในปีนี้ RADO มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นจำนวน 9 สี 9 เรือน ในคอลเล็คชั่น True Thinline Les Couleurs™ Le Corbusier ที่มีชุดเซ็ตสีแบบพิเศษ ทำจากไฮเทคเซรามิก แต่ละเรือนเป็นตัวแทนของสีหนึ่งสีจากเก้ากลุ่มที่อยู่ในชุดสี แต่ละเรือนแสดงถึงความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีของ RADO ในการฉีดขึ้นรูปไฮเทคเซรามิกแบบเป็นชิ้นเดียว ถือเป็นการปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิกของแบรนด์ โดยมีเพียง RADO เท่านั้นที่สามารถผลิตสีเหล่านี้บนตัวเรือนเวลาระดับโลกได้!


เทคนิกตัดต่อเบื้องต้น ‘อยู่บ้านยังไงให้เหมือนไปเที่ยว’

อยากมีภาพว้าวๆ อวดเพื่อนกันมั๊ย…เอาให้คนที่เห็นจะต้องกรีดร้อง วันนี้เราขอนำเสนอ ‘อยู่บ้านยังไงให้เหมือนไปเที่ยว’ โดยจะมาแนะนำเทคนิคการรีทัชแบบมืออาชีพ…อย่าเพิ่งตกใจเพราะมันง่ายมากและสามารถทำได้ในมือถือของเราเอง ที่สำคัญฟรี! ใครหัดทำได้คล่องๆ อาจสร้างรายได้กันจนร่ำรวยกันไปเลย ป่ะ! ไปดูกันว่าทำยังไงสิ่งแรกที่ต้องมีคือแอปตัดต่อภาพ ซึ่งผมขอแนะนำแอป Snapseed เพราะเท่าที่ลองมาหลายแอป Snapseed ไม่ใช่แอปที่ใช้ง่ายที่สุดแต่เป็นแอปที่ครอบจักรวาลที่สุดแล้วครบเครื่องใช้ได้ตั้งแต่มือใหม่ยันมืออาชีพ แอนดรอยโหลดที่นี่ https://bit.ly/3o2hqvl OS โหลดที่นี่ https://apple.co/2JgTV2T ส่วนภาพวิวสวยๆ ก็สามารถโหลดได้ที่  pexels.com ถ้าแค่เอามาตัดต่อเล่นไม่ใช่เพื่อการค้าก็สบายโหลดได้ทุกรูปหลังจากโหลด Snapseed ก็ทำการลงทะเบียนแล้วใช้งานได้เลย เพียงเลือกรูปที่เราต้องการขึ้นมา ในที่นี้ผมเลือกรูปนอนชิลในรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์เพนเดอร์ ครอส ที่ถ่ายแถวลานตลาดนัดแถวบ้าน

แล้วเราก็กด คำว่า TOOLS มุมล่างขวาจะมีไอคอนขึ้นเยอะแยะแต่ให้เราไถลงมาข้างล่างแล้วกด Double Exposure จะมีบาร์ไอคอนโชว์ขึ้นมาด้านล่างกดที่ไอคอนรูปภาพ+ จะมีภาพที่เราเซฟไว้จากเว็บ pexels.com เลือกมา 1 ภาพ ภาพที่โชว์ขึ้นมาจะเป็นเหมือนฟิล์มใสๆ ทำให้เราสามารถจัดองค์ประกอบได้ เอียง ขยายอะไรก็ว่าไป ในขั้นตอนนี้ผมก็ขยับให้มันเข้ากับรถให้ดูว่ารถมันอยู่บนพื้นไม่ลอยหรือไม่จมเกินไป พอใจแล้วกดเครื่องหมายถูกต่อไปกดไอคอนมุมบนขวาที่เป็นภาพกระดาษซ้อนๆ กดไปแล้วจะมีเมนูบาร์โชว์ขึ้นมาให้กด View edits จะมีแถบสีฟ้าขึ้นมาให้กดไอคอนพู่กันบนกระดาษก่อนที่จะเริ่มไดคัทภาพผมแนะนำให้กดที่ไอคอนลูกตาที่บาร์ด้านล่างก่อน เราจะเห็นส่วนที่เราไม่ต้องการเป็นสีแดงทำให้ดูง่ายขึ้น ที่สำคัญพู่กันที่ใช้ลบภาพไม่สามารถปรับขนาดได้ แนะนำให้ขยายภาพให้ใหญ่ที่สุดก่อนจะทำให้ลบง่ายขึ้น

แต่ถ้าลบเกินเข้าไปในเนื้องานในที่นี้ผมหมายถึงรถละกันถ้าเราลบกินเข้าไปในรถมากไป ก็ให้ไปกดที่ลูกศรลงตรงบาร์ด้านล่างจาก 100 ให้เหลือ 0 จากพู่กันจะกลายเป็นยางลบเราก็เอาไปถูตรงสีแดงที่กินเข้ามาในเนื้องานแทน

ถูไปให้ทั่วส่วนที่เราลบทิ้งจะเห็นเป็นสีแดง เทคนิคอย่างนึงที่ทำให้สนุกขึ้นคือการใช้ปากกาเขียนจอมือถือซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ผมว่าแบบที่ผมใช้ดีสุดละมี 2 หัวให้ใช้ แถมหัวที่ปลายเป็นแป้นพลาสติกใสก็เขียนลื่นปรื๊ดๆ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้นิ้วเราเนี่ยแหละถูๆ ไปได้เหมือนกันพอเราลบจนเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาที่คำสั่ง Double Exposure แล้วกดที่ไอคอนแถบปรับแต่ง จะมีแถบเลื่อนแสดงขึ้นมา ให้เลื่อนจุดกลมๆ ไปด้านขวาสุด ภาพที่เราเห็นใสๆ ตอนแรกก็จะชัดแจ๋วสวยงาม

ก่อนที่เราจะเอาภาพที่เรารีทัชสวยงามอย่างมืออาชีพไปโชว์สู่สายตาชาวโลกแอป Snapseed ก็สามารถปรับแต่ง แสง สี มู้ด โทน ได้อีก ครบเครื่องจบในแอปเดียว

เรียบร้อยจาก mitsubishi xpander cross ที่ถ่ายในโลเคชั่นบ้านๆ ก็กลายเป็นฟิลชิลๆ บรรยากาศริมเล

แถมมุมเก๋ๆ ให้อีกมุมตู้คอนเทนเนอร์มุมนี้ปกติไม่ได้หาถ่ายกันง่ายๆ แต่เราสามารถเพียงมีแอป Snapseed

เป็นยังไงกันบ้างกับเทคนิคเบื้องต้นของการรีทัชภาพที่ผลออกมาระดับมืออาชีพเหมือนไปถ่ายในสถานที่จริงไม่มีจกตา ถ้ามีข้อสงสัยตรงไหนสามารถโพสต์ถามได้ที่คอมเม้น ส่วนถ้าสนใจ mitsubishi xpander cross ก็สามารถไปติดตามได้ที่ลิงค์นี้เราทำรีวิวไว้ให้แล้ว https://bit.ly/3anYYI9


Privacy Preference Center