งานการแข่งขันเรือยาวช้างไทย และเทศกาลริมน้ำ เพื่อช่วยเหลือช้างไทย ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง

ในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันเรือยาวช้างไทยเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการพบกันระหว่าง 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งได้แก่ ทีมราชนาวี สนับสนุนโดย ซิตี้ ทีมมหาวิทยาลัยกีฬาวิทยาเขตลำปาง สนับสนุนโดย คาซิเญโร เดล ดิอาโบล ทีมจังหวัดสมุทรปราการ สนันสนุนโดย พีดับบลิวซี และ ทีมเจ้าแม่ประดู่ทอง สนับสนุนโดย คีธ แอนด์ คิม โดยทีมราชนาวี เป็นผู้คว้าชัยมาครองต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

นอกจากกีฬาการแข่งเรือยาวบนสายน้ำเจ้าพระยาที่ตื่นเต้นเร้าใจแล้ว งานในปีนี้ยังคงมอบความสนุกให้กับผู้เข้าชมงานทุกเพศทุกวัยด้วย การแข่งเรือยาวชักกะเย่อ การแข่งขันกรรเชียงบก และแพดเดิ้ลบอร์ดแบบยืน พาย ไปจนถึงกิจกรรมบันเทิง มินิคอนเสิร์ตจาก พาราด็อกซ์ และ โอ๊ต ปราโมทย์ ดีเจชื่อดังจากต่างประเทศ เวิร์คช็อปว่าวไทย 4 ภาค โชว์เพนท์กราฟฟิตี้จาก Alex Face อาหารและเครื่องดื่มรสเลิศจากร้านดัง พร้อมส่งท้ายค่ำคืนด้วยพิธีมอบรางวัลแก่ทีมผู้เข้าแข่งขัน และดอกไม้ไฟสวยงามสว่างไสวเหนือคุ้งน้ำเจ้าพระยา

ตลอด 3 วัน ของงาน ได้มีเหล่าเซเลบและบุคคลแถวหน้าในแวดวงสังคม ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือช้างไทยอย่างคับคั่ง อาทิ เจย์ สเปนเซอร์, อมตา จิตตะเสนีย์ (แพรี่พาย), เจสสิก้า อมรกุลดิลก, ทิพย์ระวีย์ ภู่ไชย, ฐาปกรณ์ อังกูรานนท์ ร่วมด้วย เซเลบจากต่างประเทศ อาทิ แคนเดซ บุชเนลล์ ผู้เขียนนวนิยาย Sex and the City สุดโด่งดัง และ นิโคล มิลเลอร์ ดีไซเนอร์เสื้อผ้าแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ที่บินตรงมาร่วมงานการกุศลครั้งนี้โดยเฉพาะ

โดยกลุ่มโรงแรมอนันตราจะมอบรายได้จากการจำหน่ายบัตรผ่านประตูทั้งหมดให้กับ มูลนิธิ โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation) เพื่อนำไปสนับสนุนและสานต่อโครงการเพื่อการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตช้างต่อไป
ข้อมูลและภาพเพิ่มเติม www.bangkokriverfestival.com

ข้อมูลสำหรับบรรณาธิการ
“การแข่งขันเรือยาวช้างไทย และเทศกาลริมน้ำ” เป็นงานการกุศล จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2562 โดยกลุ่มโรงแรมอนันตรา ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อระดมทุนนำไปช่วยเหลือช้างเร่ร่อน ช้างบ้าน และช้างป่า รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยและโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตช้างในภาพรวม
การแข่งขันเรือยาวช้างไทย และเทศกาลริมน้ำ เป็นงานที่ผนวกการประเพณีแข่งขันเรือยาวของไทยที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ เข้ากับกิจกรรมบันเทิงต่างๆ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้าง โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่ การแข่งขันเรือยาว ที่ใช้เรือยาวหัวช้างหนึ่งเดียวในโลก ที่ออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจมาจากช้างศึกและ “วารีกุญชร” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหิมพานต์ในวรรณคดี โดยหัวเรือของเรือเป็นรูปหัวช้างชูงวงงามสง่า ในขณะที่ท้ายเรือเป็นหางปลาประดับลวดลายไทยอย่างวิจิตรสวยงาม โดยทีมผู้ชนะการแข่งขันเรือยาวรายการนี้จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
รายได้จากการจัดงานจะนำไปมอบให้กับ มูลนิธิ โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation – GTAEF) นำไปช่วยเหลือช้างต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.bangkokriverfestival.com/th/ หรือ ติดตามข่าวสารผ่านทาง https://www.facebook.com/bangkokriverfestival/ หรือ Instagram @bangkok.riverfestival
ซัมซุง Galaxy Z Flip แจ้งเกิดบนรันเวย์ “แฟชั่น วีค 2020” สายแฟชาวไทยห้ามพลาด เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนสุดล้ำได้แล้ววันนี้ !

นิวยอร์ก แฟชั่น วีค
Galaxy Z Flip ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งาน “นิวยอร์ก แฟชั่น วีค” ที่ผ่านมา เปิดตัวสมาร์ทโฟนคอลเลคชันพิเศษ “Galaxy Z Flip Thom Browne Edition” ผลงานที่ทางซัมซุง Collaborate กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Thom Browne เป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกันเข้ากับเทคโนโลยีจากซัมซุงอย่างลงตัว ตัวเครื่อง Galaxy Z Flip มาในสีเทาคลาสสิกพร้อมแถบสีแดง ขาว และน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ Thom Browne โดยคอลเลคชันนี้มาใน Boxset สุดหรู ประกอบไปด้วยสมาร์ทโฟน Galaxy Z Flip นาฬิกา Galaxy Watch Active2 และหูฟังไร้สายรุ่นล่าสุด Galaxy Buds+ ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เผยสไตล์ที่โดดเด่นของพวกเขาผ่านคอลเลคชันสุดไอคอนิกนี้

ลอนดอน แฟชั่น วีค
ตามมาติดๆ กับ ลอนดอน แฟชั่น วีค 2020 ที่ Galaxy Z Flip ประเดิมรันเวย์แรกกับแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ Ashley Williams (แอชลี่ย์ วิลเลียมส์) ซึ่งเป็นที่รู้จักด้วยแนวคิดการออกแบบนอกกรอบแต่ยังคงกลิ่นอายแบบ Retro อย่างชัดเจน ซึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นนี้ได้เข้ามาเติมเต็มสไตล์ให้กับ Galaxy Z Flip อย่างลงตัว
สำหรับโชว์ของคอลเลคชัน AW 2020 นี้ Ashley Williams ได้นำ Galaxy Z Flip มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรันเวย์ พร้อมเปิดตัวไอเทมมาแรงอย่างกระเป๋าไซส์มินิที่สามารถใส่ Galaxy Z Flip ได้อย่างสบายๆ และกิ๊บติดผมที่ออกแบบขึ้นพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟน Galaxy Z Flip จากซัมซุงโดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นถึงความเก๋ของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ที่ช่วยสร้างสีสันและเพิ่มคาแรคเตอร์ของผู้ใช้ให้โดดเด่นขึ้น

มิลาน แฟชั่น วีค
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Galaxy Z Flip ได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัว ‘10 Corso Como’ Pop-up Store คาเฟ่สุดฮิปจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังกลางเมืองมิลาน โดยเหล่าแฟชั่นนิสต้าภายในงานต่างให้ความสนใจ Galaxy Z Flip และ Galaxy Z Flip Thom Browne Edition กันอย่างล้นหลาม นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip Thom Browne Edition ได้ที่ Pop-up Store แห่งนี้อีกด้วย

ปารีส แฟชั่น วีค
ปิดท้าย แฟชั่น วีค 2020 ด้วย Pop-up Store ของ Galaxy Z Flip ใจกลางแลนด์มาร์คของกรุงปารีสอย่างห้างสรรพสินค้า Galaries Lafayette ตลอดช่วงปารีส แฟชั่น วีค ที่ผ่านมา โดย Pop-up Store แห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยร้านค้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก เป็นการผสมผสานของไลฟ์สไตล์ด้านแฟชั่นและเทคโนโลยีอย่างลงตัว

การปรากฏตัวของ Galaxy Z Flip ในอีเวนท์แฟชั่นระดับโลก แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถโลดแล่นอยู่ในแวดวงแฟชั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนพับได้เครื่องนี้ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย แต่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เห็นอย่างนี้แล้วแฟชั่นนิสต้าไทยอย่ารอช้า ต้องไม่พลาดที่จะเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip สมาร์ทโฟนพับได้ที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ สำหรับประเทศไทย ซัมซุงได้วางจำหน่าย Galaxy Z Flip อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม เป็นต้นไปที่ Samsung Experience Store หรือสามารถสั่งซื้อได้ทาง Samsung Online Shop และผู้ให้บริการเครือข่าย ในราคา 44,900 บาท มาในสีม่วง Mirror Purple และสีดำ Mirror Black สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/galaxy-z-flip
นาฬิกา “Q Watch” ลิมิเต็ดเอดิชั่นคู่กายสายลับ Q
Q Watch ลิมิเต็ด เอดิชั่น 7,007 เรือนทั่วโลก นาฬิกาเรือนแรกจากสวอท์ชที่จะโลดแล่นในภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ในฐานะนาฬิกาคู่กายของสายลับ Q สุดยอดนักประดิษฐ์ของเจมส์ บอนด์ พร้อมจัดแสดงนาฬิกาอีก 6 เรือน ใน SWATCH X 007 Tribute Collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโปสเตอร์ภาพยนตร์สายลับบอนด์ในตำนาน ทั้ง 6 ภาค
โดยดึงความหมายจากชื่อภาพยนตร์ในแต่ละภาคมาสู่นาฬิกาดีไซน์สุดพิเศษทั้ง 6 เรือน พร้อมมาร่วมค้นหาความลับตามฉบับสายลับ 007 เรียกน้ำย่อยจากสาวกสวอท์ชและเจมส์ บอนด์ ก่อนภาพยนตร์เรื่อง NO TIME TO DIE จะฉายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนเมษายน
การเปิดตัวนาฬิกาเรือนลิมิเต็ด Q Watch ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์สวอท์ชที่ได้ร่วมมือกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกอย่าง ภาพยนตร์สายลับ 007 นับแต่คอลเลคชั่นรุ่นพิเศษ Swatch X 007 ครั้งแรกในปี 2002 อีกครั้งในปี 2008 และล่าสุดในปี 2020 นี้ ที่พิเศษกว่าเดิม
โดยเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาจากสวอท์ชจะปรากฎในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านหนึ่งตัวละครสำคัญสวมใส่สวอท์ชเป็นไอเทมคู่กาย โดยการออกแบบครั้งนี้ ทางแบรนด์ได้ร่วมงานกับดีไซน์เนอร์ของ 007 ภาคล่าสุดอย่างใกล้ชิดสู่นาฬิกา Q Watch ที่ล้ำด้วยสไตล์และดีไซน์ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของทางแบรนด์สวอท์ชที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา ขับเคลื่อนด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์สดใหม่ ผ่านการเผยโฉมนาฬิกาด้วยคอนเซปต์ที่แตกต่าง พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์แฟน ๆ ของสวอท์ชทั่วโลก”

Q Watch นาฬิกาสุดลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ ได้สะท้อนตัวตนของสายลับ Q ผ่านรูปลักษณ์ของนาฬิกาเรือนนี้ ไปจนถึงกลไกการทำงานที่สะท้อนถึงความอัจฉริยะของสายลับ Q โดยดีไซน์ของตัวเรือนได้รับความร่วมมือจาก Suttirat Anne Larlarb นักออกแบบคอสตูม และโปรดักชั่นดีไซน์เนอร์ ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ผู้ออกแบบคอสตูมให้กับภาพยนตร์เรื่อง NO TIME TO DIE
โดยตัวตนของสายลับ Q นับเป็นคาแร็กเตอร์ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิคเหนือกาลเวลาและความล้ำสมัยของนวัตกรรมเข้าเอาไว้ด้วยกัน นั้นได้ถูกถ่ายทอดบนนาฬิกาโมเดลยอดนิยมอย่าง SKIN Irony 42 มาในตัวเรือนบางเฉียบตามแบบฉบับคอลเลคชั่น SKIN พร้อมกับดีไซน์หน้าปัดที่เปลือยให้เห็นถึงความซับซ้อนของกลไลการทำงานอันน่าหลงใหล ปิดทับด้วยกรอบหน้าปัดสีเงินตัดขอบสีแดง รับกับสายหนังสีน้ำตาลคาดลายตารางสุดคลาสสิค ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษขึ้นไปอีก เมื่อเรือนเวลาสุดลิมิเต็ดนี้ มาพร้อมกับแพ็กเกจที่ออกแบบมาในลักษณะแล็ปท็อปฉบับสายลับที่ประทับด้วยตัวอักษร Q ลงบนหน้ากล่อง
Q Watch สุดยอดนาฬิกาสายลับแห่งปี จากคอลเลคชั่นล่าสุดของ SWATCH จะวางจำหน่ายให้เหล่าสาวกเจมส์ บอนด์ ได้มาร่วมถอดรหัส ไขความลับฉบับ 007 ในวันที่ 5 มีนาคม นี้ ในราคา 7,300 บาท และ Tribute Collection SWATCH x 007 ทั้ง 6 เรือน วางจำหน่ายแล้วที่ Swatch Store ทุกสาขา และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ shop.swatch.co.th
#Swatch_TH #SwatchX007
เลอโนโวเปิดตัวแล็ปท็อป ThinkPad ซีรียส์ใหม่ล่าสุด เสริมทางเลือก เพิ่มความคล่องตัวให้กับทางธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม

ThinkPad ซีรียส์ใหม่นี้คืออีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเลอโนโวที่จะผลักดันด้านกลยุทธ์ในการผลิตผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสำหรับ PC ที่ตอบโจทย์ผ่านสมาร์ทเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าการใช้งานที่แท้จริงและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
- Modern Standby4 มอบประสบการณ์เสมือนการใช้งานสมาร์ทโฟน คือให้การเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายและ sync อยู่ตลอดเวลาแม้เครื่องมีแบตเตอร์รี่ต่ำ4 นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Wake on Voice4 ทำให้เครื่องสามารถ resume การทำงานให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
- รองรับ WiFi 65 รวมไปถึง CAT 16 WWAN6 เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ลดเวลาดาวน์โหลด ช่วยในการทำงานผ่านระบบคลาวด์มีประสิทธิภาพ อีกทั้ง WiFi 6 ยังถูกดีไซน์มาเพื่อรักษาความเร็วของการเชื่อมต่อแบบไร้สายและระบบรักษาความปลอดภัย WPA3 แบบใหม่ ทำให้การแฮ็คพาสเวิดเป็นเรื่องยากขึ้น
- ผู้ใช้งานสามารถรับสายและวางสายได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่นใหม่ที่รวมการสื่อสารเข้าด้วยกัน
- ให้ภาพคมชัดระดับพรีเมี่ยมด้วยเทคโนโลยี UHD, OLED และ Dolby Vision 7 และระบบเสียง Dolby Audio Speaker System ใน ThinkPad T และ X ซีรี่ยส์ และระบบเสียง Dolby Audio บน L ซีรี่ยส์
- แล็ปท็อป ThinkPad จะขาด ThinkShield ไปไม่ได้อย่างแน่นอน ระบบโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัย ThinkShield ยังคงถูกนำมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง เสริมด้วยตัวเลือกอย่าง PrivacyGuard ePrivacy display และ PrivacyAlert ที่มาพร้อมกับ IR Camera8 ร่วมด้วย ThinkShutter หรือระบบความปลอดภัยกล้องเว็บแคมและระบบอ่านลายนิ้วมือที่พร้อมใช้งานใน ThinkPad รุ่นใหม่ทุกรุ่น
ThinkPad แล็ปท็อปแห่งความอึด
ThinkPad จะไม่เป็น ThinkPad เลยถ้าไม่มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดด้วย Mil-Spec testing9 ตลอด 15 ปีมานี้ ThinkPad ได้มีการพัฒนาคุณภาพขึ้นถึง 73% และมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์มากขึ้นถึง 4.5 เท่าต่อปี10 เลอโนโวยังรองรับขั้นตอน 22 Mil-Spec 9 อย่างต่อเนื่องและยังคงใส่ใจในคุณภาพและความน่าเชื่อถือของนวัตกรรม อย่างขั้นตอน Low Temperature Solder จนถึงปัจจุบันซึ่งเข้าสู่ปีที่สามแห่งการดำเนินการแล้ว
ThinkPad T14, T14s และ T15 – ความอึดแห่งธุรกิจพรีเมี่ยม

ซีรี่ย์ ThinkPad แล็ปท็อปที่ประสบความสำเร็จที่สุดยังคงเป็น T ซีรียส์ กับหน้าจอขนาด 14 และ 15 นิ้วซึ่งรองรับ Window 10 Pro โปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel Core vPro 1 หรือ AMD Ryzen™ PRO 4000 Mobile processors สามารถนำมาตั้งค่าได้บน ThinkPad T14s และ T14 ได้แล้ว นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานคาดหวังจากแล็ปท็อปธุรกิจระดับพรีเมี่ยมได้ถูกรวบรวมมาไว้ใน T ซีรียส์รุ่นล่าสุดแล้ว อาทิเช่น Modern Standby, Wake on Voice, ระบบ Dolby Audio Speaker และจอแสดงผลที่สว่างขึ้นที่มาพร้อมกับตัวเลือก Dolby Vision7 ทั้งหมดนี้ต่างเป็นการรองรับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครให้แก่ผู้ใช้งาน อีกทั้งการเชื่อมต่อของ state-of-the-art กับ WiFi 6 และ CAT 16 WWAN6 ต่างขยายประสบการณ์การทำงานในออฟฟิศให้ไม่ซ้ำใครอีกด้วย
ThinkPad X13 และ X13 Yoga – แล็ปท็อปพกพาระดับพรีเมี่ยม

ThinkPad X ซีรียส์ รุ่นล่าสุดสะท้อนฟีเจอร์การออกแบบของ T ซีรียส์ อาทิ ตัวเครื่องขนาดกระทัดรัดเหมาะแก่การพกพา และยังรวบรวมนวัตกรรมสมาร์ท PC ที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ทั้งรุ่น X13 และ X13 Yoga ต่างสามารถตั้งค่าด้วย FHD 500 nit PrivacyGuard ePrivacy display รวมไปถึง PrivacyAlert8 เพื่อช่วยป้องกันผู้ใช้งานจากการถูกแอบมองหน้าจอจากด้านหลัง ตัวเครื่อง X13 Yoga ยังมีระบบ Dolby Audio Speaker และตัวเลือกภาพสีสดอย่าง UHD OLED และ Dolby Vision อีกด้วย ThinkPad X13 Yoga และ X13 มีการติดตั้ง 10th Gen Intel Core vPro processors ในตัวทั้งสองรุ่น และรุ่น ThinkPad X13 ยังมี AMD Ryzen™ PRO 4000 Mobile processors ในตัวอีกด้วย
ThinkPad L14, L15, L13 และ L13 Yoga – ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบ

ThinkPad L ซีรียส์ สามารถตอบโจทย์เหล่าผู้ใช้งานทางธุรกิจที่กำลังมองหา ThinkPad แล็ปท็อปที่มีทั้งคุณสมบัติตรงตามความต้องการ และความคุ้มค่าในการใช้งานเชิงธุรกิจ ความเบาบางแบบใหม่บริเวณแป้นคีย์บอร์ดของ L ซีรียส์ ถูกออกแบบมาเพื่อมอบฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ใช้งาน ความเร็วของการเชื่อมต่อถูกซัพพอร์ทด้วย WiFi 65 และ CAT 9 WWAN6 อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกในการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ได้อย่างไร้ที่ติ การเข้าถึงที่รวดเร็วแบบใหม่ด้วยฟังก์ชั่นคีย์ที่รวมทุกการสื่อสารเข้าด้วยกันบน ThinkPad L14 และ L15 เพื่อความง่ายต่อการเข้าร่วมหรือออกจากการประชุม Dolby Audio และระบบสัมผัสเพื่อปรับความสว่างบนหน้าจอยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาประสบการณ์ในระหว่างที่ผู้ใช้งานกำลังเพลิดเพลินไปกับ Windows 10 Pro ที่คุ้นเคยอีกด้วย Window Hello มาพร้อมกับตัวอ่านลายนิ้วมือในการอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน อีกทั้งThinkPad L14 และ L15 ยังมี 10th Gen Intel Core vPro processors1 หรือ AMD Ryzen™ PRO 4000 Mobile processors ในตัวเครื่องอีกด้วย
ลดความกังวลในการส่งซ่อม สร้างความสบายใจให้ลูกค้า
Lenovo Premier Support เป็นการให้บริการอีกระดับเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเชิงพาณิชย์ และให้บริการในระยะเวลาที่รวดเร็ว เปิดโอกาสให้ลูกค้าธุรกิจของเลอโนโวได้แบ่งเบางานของ IT ซัพพอร์ท และส่งต่อหน้าที่นี้ให้ช่างเทคนิคของเลอโนโวแทน ด้วยเหตุนี้พนักงาน IT Support จะสามารถนำเวลาไปโฟกัสกับการคิดริเริ่มกลยุทธ์อื่น ๆ แทน และยังสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานด้วยการแก้ไขปัญหาให้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น Premier Support เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ในมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ของลูกค้าทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ลูกค้าสามารถติดต่อช่างเทคนิคได้โดยตรง ด้วยโซลูชั่นที่ถูกกำหนดและถูกทำให้ง่ายขึ้นและเป็นการจบปัญหาลงได้โดยการติดต่อเพียงครั้งเดียว
ราคาและวันจัดจำหน่าย11
ThinkPad T14 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $849.
ThinkPad T14s มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 1029.
ThinkPad T15 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 1079.
ThinkPad X13 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 849.
ThinkPad X13 Yoga มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 1099.
ThinkPad L13 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น 679.
ThinkPad L13 Yoga มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 799.
ThinkPad L14 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 649.
ThinkPad L15 มีวางจำหน่ายตั้งแต่ 2Q 2020, ราคาเริ่มต้น $ 649.
“BMW Unbound World of Art Series” สุดยอดโปรเจกต์ถูกใจสายอาร์ต!
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดโปรเจกต์ “BMW Unbound World Of Art Series” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์งานศิลป์ระดับโลกให้คนไทยได้สัมผัส ในวาระครบรอบ 45 ปี “BMW Art Cars” ที่หล่าศิลปินชื่อก้องโลกจำนวน 19 คนได้รังสรรค์ผลงานไว้บนตัวรถยนต์ BMW จนกลายเป็นผลงานศิลปะระดับตำนาน
BMW Art Cars เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1975 จากไอเดียของแอร์เว่ ปูแลง (Herve Poulain) นักแข่งรถชาวฝรั่งเศสที่มีความหลงใหลในการแข่งรถ และต้องการใช้รถยนต์เป็นผืนผ้าใบในการสร้างสรรค์ งานศิลปะตามจินตนาการของเหล่าศิลปินหลากหลายประเทศจากแทบทุกทวีปทั่วโลก โดยศิลปินชื่อดังเหล่านี้ได้ออกแบบลวดลายศิลปะลงบนรถยนต์ BMW รุ่นต่างๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ และไอเดียที่ แสดงถึงตัวตน และจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของแต่ละคนเกิดเป็นผลงานศิลปะ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และเรื่องราวจนทำให้ BMW Art Cars กลายเป็นงานศิลป์ชั้นยอดที่คนทั่วโลก รู้จัก และจดจำ
ปัจจุบันมี BMW Art Cars จำนวนรวมทั้งหมด 19 คัน ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยศิลปิน ระดับโลก 19 คน อาทิ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ (Alexander Calder) ศิลปินชาวอเมริกัน เจ้าของผลงาน BMW Art Car คันแรกของโลกแฟรงก์ สเตลลา (Frank Stella) ศิลปินผู้หลงใหล ในงานแนว Transitional Painting รวมถึงสองศิลปิน แนวป๊อปอาร์ตชื่อก้องโลกอย่าง รอย ลิกเทนสไตน์ (Roy Lichtenstein) และแอนดี วอร์ฮอล (Andy Warhol) ซึ่งผลงาน BMW Art Car ของทั้งคู่ถือเป็นผลงานที่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างเป็นอย่างมาก
และสำหรับศิลปินที่มาร่วมรังสรรค์ผลงานศิลปะภายใต้แคมเปญ “BMW Unbound World Of Art Series” ครั้งนี้มีทั้งหมด 9 คนด้วยกัน ได้แก่

- คุณด้วง – ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ
- คุณหมู – นนทวัฒน์ เจริญชาศรี กราฟิกดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้ง DUCTSTORE
- คุณมิลิน ยุวจรัสกุล แฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ Milin
- คุณจี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล นักวาดภาพประกอบ
- คุณเติ้ล – ธีระยุทธ พืชเพ็ญ หรือ ทีอาร์เค (TRK) ศิลปินสตรีทอาร์ท
- คุณผึ้ง-มธุนาฏ ซอโสตถิกุล นักวาดภาพอิสระ
- อันเดร โรบู (Andrei Robu) ศิลปินจากประเทศสเปน
- พี-เอี๊ยบ ทาร์ และ ลิซ่า มาม (PEAP TARR & LISA MAM) ศิลปินคู่หูดูโอ้แนวสตรีทอาร์ทจากกัมพูชา
- ทูปว์ แกลลอรี่ (Tube Gallery) แบรนด์เสื้อชั้นนำของเมืองไทย
ผลงานบนรถยนต์ BMW จำนวน 9 คัน ประกอบด้วยรถยนต์ BMW 7 Series, BMW X3, BMW X5, BMW Z4, BMW M4, BMW i3s, BMW i8, และ BMW i8 Roadster
และเป็นครั้งแรกที่ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้นำผลงาน Art Cars ของศิลปินทั้ง 9 คนมาจัดแสดงในงาน #BIMMERMEET4 ที่สุดแห่งงานของคนรักรถ ดนตรี และ ศิลปะ เพื่อให้เหล่าบิมเมอร์ ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้จัดโซน BMW Art Cars Gallery โดยนำรถยนต์จำลองผลงาน BMW Art Cars ทั้ง 19 คันมาจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย


สวารอฟสกี้ฉลองครบรอบ 125 ปีแห่งความเจิดจรัสที่เปล่งประกายจากรุ่นสู่รุ่น

คอลเลกชันฉลองครบรอบ 125 ปี
คอลเลกชันฉลองครบรอบ 125 ปีของสวารอฟสกี้ได้คืนชีวิตให้กับคอลเลกชันเครื่องประดับยอดนิยมในอดีต รวมถึงชิ้นงานกลุ่มอื่น ๆ ให้ได้กลับมาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในรูปโฉมใหม่ที่ให้ความรู้สึกโดดเด่นแปลกตากว่าที่เคย
คอลเลกชันนี้ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของสวารอฟสกี้ด้วยการเลือกใช้เฉดสีน้ำเงินซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เพื่อนำเสนอประกายแห่งมนต์เสน่ห์ของสวารอฟสกี้ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความฉลาดเฉลียว และโอบอ้อมอารี ในขณะเดียวกัน ตัวเครื่องประดับยังมอบความรู้สึกที่เต็มไปด้วยเจิดจรัสเหนือกาลเวลา ซึ่งจะเกิดขึ้นยามเมื่อเปิดกล่องผลิตภัณฑ์ของสวารอฟสกี้เท่านั้น

เครื่องประดับไฮไลท์ในคอลเลกชัน ANNIVERSARY MOUSE รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ปี 2020

นับตั้งแต่วันที่ชิ้นงาน “Ur Mouse” ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 ชิ้นงานรูปแกะสลักคริสตัลก็ได้เข้ามาส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ของสวารอฟสกี้ โดยชิ้นงาน “Original Mouse” นี้ได้รับการปรับโฉมใหม่ในคอลเลกชันฉลองครบรอบ 125 ปี โดยเติมความสวยงามในดีไซน์ที่มีความทันสมัยขึ้น ทั้งยังเปล่งประกายระยิบระยับในสีน้ำเงินซิกเนเจอร์

สร้อยคอ DANCING SWAN
สร้อยคอประดับจี้ Dancing Swan ให้ความสวยสง่า ที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกวัน ถ่ายทอดความงดงามอันบริสุทธิ์ และความสวยงามของหงส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวารอฟสกี้ได้เป็นอย่างดี โดยผสมผสานคริสตัลใสและคริสตัลสีน้ำเงินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยเทคนิคการฝังคริสตัลแบบพาเว่อันประณีต ส่วนคริสตัลสีน้ำเงินที่อยู่ตรงกลางจะส่องประกายระยิบระยับล้อแสงไฟทุกครั้งยามที่เคลื่อนไหว ให้ประกายนุ่มนวล เหมาะกับเครื่องแต่งกายทุกแบบ

สร้อยข้อมือ TENNIS
สร้ อยข้ อมือ Tennis เป็นเครื่องประดับชิ้นคลาสสิกที่งดงามเหนือกาลเวลา และได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยการเติมแต่งโทนสีน้ำเงินซิกเนเจอร์ให้กับเม็ดคริสตัลน้ำงามของสวารอฟสกี้ที่ถูกฝังด้วยเทคนิคพาเว่ ซึ่งมอบความเปล่งประกายบนสร้อยข้อมือเคลือบโรเดียมเส้นนี้

ต่างหู ANGELIC
ความสวยสง่าและหรูหราอย่างโดดเด่นได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านดีไซน์ของต่างหูรุ่นคลาสสิกในคอลเลกชัน Angelic ซึ่งถูกนำมาเปลี่ยนโฉมใหม่ด้วยสีน้ำเงินซิกเนเจอร์เพื่อมอบความงดงามที่จะคงอยู่ตลอดไป

นาฬิกา CRYSTALLINE GLAM
สวารอฟสกี้ถ่ายทอดความงดงามที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของแบรนด์ผ่านนาฬิกา Crystalline Glam รุ่นพิเศษ นาฬิกา Swiss-made สวยหรูยอดนิยมรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2019 ตัวเรือนประดับคริสตัลสวารอฟสกี้สีน้ำเงินกว่าหลายร้อยเม็ด เพื่อมอบความเจิดจรัสที่จะเปล่งประกายได้อย่างโดดเด่นบนข้อมือของผู้สวมใส่
ในโอกาสครบรอบ 125 ปีนี้ สวารอฟสกี้ยังได้มีของขวัญสุดพิเศษแทนคำขอบคุณให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ เมื่อซื้อสินค้าในราคาปกติครบ 7,900 บาท รับปากกา Crystalline Blue ที่ประดับประดาด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้อย่างโดดเด่นสวยงาม จำนวน 1 แท่งทันที

ข้อตกลงและเงื่อนไข
โปรโมชั่นมีกำหนดถึงวันที่ 23 มีนาคม 2020 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สงวนสิทธิ์ 1 แท่งต่อ 1 ใบเสร็จเท่านั้น และไม่สามารถใช้โปรโมชั่นร่วมกับส่วนลดอื่น ๆ ได้
ดูคอลเลกชันฉลองครบรอบ 125 ปีทั้งหมด สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ Swarovski.com หรือที่ร้านค้าของเราทุกแห่งทั่วโลก ติดตามข้อมูลและกิจกรรมพิเศษจากสวารอฟสกี้ได้ที่ Instagram และ Facebook

สายช้อปถูกใจสิ่งนี้!!! xCash จับมือ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ส่งแคมเปญสุดคุ้ม ยิ่งช้อป ยิ่งใช้ ยิ่งได้แต้มคืน

นายนนทิ ศัพทเสวี ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เปิดเผยว่า “เอ็กซ์แคช” (xCash) แอปพลิเคชันมอบสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้ มุ่งมั่นเดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกมิติของผู้บริโภค ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศูนย์การค้าชั้นนำระดับโลก ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ใช้ศักยภาพของแอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) ในการผสานประโยชน์ระหว่างโลกออฟไลน์เข้ากับชุมชนออนไลน์ ช่วยเติมเต็มประสบการณ์พิเศษสุดพร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าทุกการใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า”
ลูกค้าแอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) สามารถใช้ xCashPoint และบัตรเครดิต/เดบิต ที่ผูกไว้บนแอป xCash แลกซื้อคูปองเงินสดศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ มูลค่า 100 บาท 500 บาท 1,000 บาท และ 10,000 บาท พร้อมรับแต้มคะแนนคืนทันที 10% โดย 1 xCashPoint มีมูลค่า 1 บาท สามารถแลกซื้อคูปองเงินสดได้มูลค่าสูงสุดถึง 4 ล้านบาท หรือ 40,000 สิทธิ์ตลอดรายการ วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2563 ลูกค้าสามารถใช้ The Emporium & The EmQuartier SHOPPING COMPLEX CASH VOUCHER ในร้านค้าชั้นนำ ครอบคลุมสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง นาฬิกาและเครื่องประดับ สุขภาพและความงาม เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ & ลิฟวิ่ง ครอบครัวและเด็ก ความบันเทิง และร้านอาหารกว่า 200 แบรนด์
นายนนทิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เอ็กซ์แคช” (xCash) เปิดตัวให้บริการไม่ถึง 1 ปี ได้จับมือกับพันธมิตรแล้วกว่า 300 แบรนด์ มอบมูลค่าเพิ่มจากสินค้าและบริการกว่า 2,000 สาขา และขยายความร่วมมือเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ฐานลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตและมีแต้มสะสม มีอำนาจในการจับจ่าย การร่วมมือกับผู้นำไลฟ์สไตล์แฟชั่นระดับโลกอย่างดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นอีกหนึ่งก้าวของเราในการเติมเต็มความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการใช้สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม โดยสามารถรวมแต้มและคะแนนสะสมจาก 8 ธนาคารและพันธมิตรชั้นนำมาแลกเป็นคูปองเงินสดที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อใช้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากกว่า 200 แบรนด์ แคมเปญนี้จะช่วยให้ลูกค้ารวมแต้มและคะแนนสะสมที่ไม่ได้ใช้นำมาแลกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ขณะเดียวกันหากมองในแง่การลงทุน สินค้าบางแบรนด์ในอนาคตนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นอีกด้วย”

นางสุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า “ไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของลูกค้าในสังคมดิจิตอลนั้นเปลี่ยนแปลงไป นิยมใช้เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันถูกพัฒนาให้ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย ทางศูนย์การค้าฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ และเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ๆในการใช้จ่ายให้กับลูกค้า จึงร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคสังคมไร้เงินสดในด้านต่าง ๆ ซึ่ง บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นหนึ่งในพันธมิตรธุรกิจที่สำคัญ ที่เป็นผู้ดำเนินการแอปพลิเคชัน xCash ที่มอบสิทธิประโยชน์ในการใช้จ่าย ชำระค่าบริการต่าง ๆ ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และดิ เอ็มควอเทียร์ เราจึงเลือกที่จะจับมือกับ xCash ทำโปรโมชั่นพิเศษร่วมกันในครั้งนี้ โดย ลูกค้าสามารถนำ xCashPoint 100 แต้ม แลกรับ The Emporium & The EmQuartier SHOPPING COMPLEX CASH VOUCHER มูลค่า 100 บาท ลูกค้าที่ซื้อ The Emporium & The EmQuartier SHOPPING COMPLEX CASH VOUCHER ผ่าน xCash รับแต้มคะแนนคืนถึง 10% ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าแล้ว ยังถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการขยายกลุ่มลูกค้าของ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ และแอปพลิเคชัน xCash เพื่อสร้างคอมมิวนิตี้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอีกด้วย”
ทั้งนี้ผู้ที่มีแอปฯ “xCash” สามารถแลกซื้อคูปองเงินสดศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ หากยังไม่มีแอปฯ ดาวน์โหลดได้ทั้งที่ App Store และ Google Play สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าพันธมิตรกว่า 2,000 ร้านได้ที่ https://www.xcashrewards.com/privilege
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 063-905 5888
#xCash #ชีวิตสมาร์ทฉลาดใช้ #โหลดxCash
เกี่ยวกับบริการ xCash
บริการ xCash เป็นแอปพลิเคชันรวมทุกแต้มและคะแนนสะสม ใช้แทนเงินสด สำหรับกิน ช้อป เที่ยว ยิ่งใช้ ยิ่งได้ Cashback คืน ไม่ว่าคุณจะจ่ายด้วยเงินสด xCashPoint บัตรเครติด บัตรเดบิต ทุกการใช้จ่ายกับร้านค้าพันธมิตรของ xCash คุณจะได้แต้มเงินคืนที่สามารถนำกลับไปแลกซื้อสินค้า หรือบริการจากร้านค้าพันธมิตรของ xCash หรือโอนไปให้สมาชิก xCash บุคคลอื่นได้ แม้กระทั่งการปันน้ำใจ บริจาคช่วยเหลือการกุศลของมูลนิธิในเครือพันธมิตร xCash ก็สามารถทำได้ แอปพลิเคชันเดียวที่มอบสิทธิ์ประโยชน์ให้คุณแบบไร้ขีดจำกัด ยิ่งใช้ ยิ่งได้คืน
* * * * * * * * *
อเมริกันสแตนดาร์ด เผยโฉม Acacia SupaSleek ที่สุดของนวัตกรรมและดีไซน์บาง เฉียบทุกมุมมอง
ห้องน้ำแห่งอนาคตประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญหลายประการ ตั้งแต่การออกแบบที่ดี เทคโนโลยี ไปจนถึงความยั่งยืน ‘แนวโน้มที่มีหลายปัจจัยมารวมกัน’ เช่นนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมห้องน้ำอย่างแท้จริงและกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างรวดเร็วทั้งในสถานที่อยู่อาศัยและส่วนที่ใช้ในการต้อนรับ เทคโนโลยีเชิงนิเวศวิทยาต้องตอบโจทย์ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ในขณะที่การออกแบบห้องน้ำต้องคำนึงถึงการยกระดับ ‘ความเหนือกว่ามาตรฐาน’ ในพื้นที่ขนาดกะทัดรัด
คอลเลคชั่นล่าสุด “Acacia SupaSleek (อะคาเซีย ซูปาสลีก)” โดยอเมริกันสแตนดาร์ด ให้นิยามใหม่ของคำว่า ‘เพรียวบาง’ ทั้งในแง่เทคโนโลยีและการออกแบบสำหรับห้องน้ำยุคใหม่ในอนาคต โดยพัฒนาต่อยอดจากคอลเลคชั่น Acacia Evolution เพื่อให้ Acacia SupaSleek อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี HygieneClean ที่เป็นนวัตกรรมของเรา ในขณะเดียวกันก็ลดสัดส่วน รูปร่าง และรูปแบบให้เหลือเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น สร้างเส้นสายที่เพรียวบางและสง่างามยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้ห้องน้ำที่ดูทันสมัย ไร้กาลเวลา

คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับอ่างล้างหน้าดีไซน์ขอบอ่างบางเฉียบเพื่อให้สอดรับกับทุกขนาดพื้นที่ในห้องน้ำ รวมทั้งเข้าได้ดีกับสุขภัณฑ์ต่างๆ ที่มาพร้อมฝาปิดถังเก็บน้ำที่เพรียวบางยิ่งขึ้น รวมถึงที่นั่งและฝารองนั่งที่มีดีไซน์ที่เรียบสวยสง่างามอีกขั้น โดยต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคที่นิยมความสมบูรณ์แบบ ผู้ซึ่งชื่นชอบความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีมอบให้
การออกแบบที่เหนือชั้น: บางกว่าที่เคย
ความคิดและความรู้ด้านวิศวกรรมมากมายถูกนำไปใช้ในการผลิตชิ้นส่วนที่บางพิเศษเหล่านี้เพื่อให้ได้ ‘รูปลักษณ์แบบมินิมัลลิสต์’ โดยไม่ลดทอนความทนทานและประโยชน์ใช้สอย
ด้วยเทคโนโลยีเซรามิก ThinEdge ล่าสุด ทำให้อ่างล้างหน้า Acacia SupaSleek มีขอบที่เพรียวบางเป็นพิเศษเพียง 5 มม. แต่ก็ยังคงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นเหมือนอ่างทั่วไป
องค์ประกอบของการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นสำคัญ ขอบที่ยกสูงขึ้นเป็นกรอบให้กับอ่างล้างหน้า ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นออกจากอ่าง รวมทั้งเส้นสายโค้งมนที่ดูนุ่มนวลของอ่างยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และที่แตกต่างจากสะดืออ่างแบบเดิมๆ ในการใช้วัสดุโครเมียม สะดือระบายน้ำเซรามิกรูปหมอนทรงกลมของ Acacia SupaSleek ช่วยผสมผสานดูกลมกลืนเพื่อรูปลักษณ์ที่หรูหราสง่างาม
ความโฉบเฉี่ยวเพรียวบางไม่ได้จบเพียงแค่ที่อ่างล้างหน้าเท่านั้น ชุดโถสุขภัณฑ์ที่ครบครันก็มาพร้อมกับฝาถังเก็บน้ำที่บางและสวยสะดุดตายิ่งขึ้น เป็นรูปลักษณ์ที่ดูเรียบหรู กะทัดรัด แต่สวยอย่างมีรสนิยม ดึงดูดทุกสายตาของผู้อยู่อาศัยในเมือง ส่วนที่นั่งและฝารองนั่ง CrystaSleek เป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น ด้วยการใช้กระบวนการฉีดขึ้นรูปที่เรียกว่า Dual Injection Molding Process ส่งผลให้ได้ดีไซน์ที่เพรียวบางแต่แข็งแรงทนทาน เข้ากับทุกสไตล์ห้องน้ำอย่างลงตัว
เทคโนโลยีที่มุ่งมั่นพัฒนาไม่หยุดยั้ง
ในขณะที่การออกแบบที่เน้นความเพรียวบางเป็นข้อความหลักที่สื่อออกไป เรื่องสุขอนามัยยังคงเป็นหนึ่งในความสำคัญสูงสุดของคอลเลคชั่นนี้ โดยถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยี HygieneClean ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยี Aqua Ceramic ที่คว้ารางวัลระดับโลก ช่วยป้องกันคราบสกปรกและคราบวงแหวนดำๆ ไม่ให้เกาะบนพื้นผิวเซรามิก และเทคโนโลยี ComfortClean ที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย E. coli ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเทคโนโลยี Power Rim ในโถสุขภัณฑ์แบบไร้ขอบช่วยให้มั่นใจในสุขอนามัยที่ดีขึ้นและความสะดวกง่ายดายในการทำความสะอาด ขณะเดียวกันก็เพิ่มพลังการชำระล้างด้วยระบบน้ำวน Double Vortex ที่มาพร้อมขีดความสามารถในการทำความสะอาดที่เหนือชั้น

ปณิธานอันมุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืน
อเมริกันสแตนดาร์ด ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสู่ความยั่งยืนด้วยระบบการชำระล้าง Double Vortex ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพในห้องน้ำที่ใช้ Acacia SupaSleek โดยระบบ Vortex Flush ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจะช่วยให้แน่ใจได้ว่าเกิดประสิทธิภาพการชำระล้างสูงสุดโดยใช้น้ำในปริมาณน้อยที่สุด ทั้งนี้ ผู้ใช้จะประหยัดน้ำได้ 22,776 ลิตรในหนึ่งปีสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน ระบบการชำระล้าง Double Vortex จะสร้างกระแสน้ำวนอันทรงพลังเพื่อกำจัดของเสียทั้งหนักและเบาด้วยกลไกการชำระล้างระบบสุญญากาศที่เกิดจากหัวฉีดพ่นน้ำด้านข้างสองตัว
นอกจากนี้ดีไซน์ของสุขภัณฑ์ในคอลเลคชั่น Acacia SupaSleek นี้ยังสามารถเข้ากันได้ดีกับชุดก๊อกน้ำและฝักบัวต่างๆ ในคอลเลคชั่น Acacia Evolution ได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่ดูนุ่มนวล ขอบบาง บวกกับเทคโนโลยีที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ ก๊อกน้ำถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ในขณะที่ระบบ Airnergize จะทำหน้าที่ลำเลียงอากาศเข้าไปผสมกับน้ำเพื่อให้ได้ความรู้สึกและสัมผัสกับละอองน้ำที่พ่นกระจายทั่วถึงแม้ว่าจะใช้น้ำน้อยกว่าเดิม
ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ทุ่มเทให้กับผู้บริโภคด้วยรสนิยมการออกแบบอันชาญฉลาด Acacia SupaSleek เป็นคอลเลคชั่นที่นับว่าโดดเด่นที่สุดทั้งในแง่การออกแบบและเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่ความเพรียวบางอีกระดับ
กว่า 140 ปีในฐานะผู้บุกเบิกด้านการออกแบบและนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือสูงสุดของอเมริกันสแตนดาร์ดได้ช่วยให้ผู้บริโภคมีห้องน้ำในบรรยากาศที่เป็นมิตรและผ่อนคลาย ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้ส่งผลให้แบรนด์ของเราก้าวไปอยู่แถวหน้า ในขณะเดียวกันเราก็พยายามยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตด้วยการนำเสนอโซลูชั่นสำหรับห้องน้ำที่สวยงาม ตอบโจทย์การใช้งาน และปลอดภัยสำหรับทุกคน
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : American Standard Thailand หรือโทร. 02-102-2222 กด 1

“อาดิดาสเผยผลสำรวจหัวข้อ ‘เหตุผลที่คนเราต้องออกไปวิ่ง (Why We Run)’ พร้อมเปิดแคมเปญ FasterThan ชวนนักวิ่งมานิยามความเร็วในแบบของคุณ”

เมื่อความเร็วไม่ใช่แค่เรื่องของการทำสถิติที่ดีที่สุดอีกต่อไป เพราะการวิ่งสำหรับอีกหลาย คนนั้นหมายถึงการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อาดิดาส ตระหนักเป็นอย่างดีว่า การวิ่งนั้นมีพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ และในตอนนี้ อาดิดาส ก็จะมาแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งได้มาจากการพูดคุยและทำการศึกษาจากนักวิ่งจำนวนทั้งหมด 6,000 คน ที่วิ่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และกระจายตัวอยู่ตาม 6 หัวเมืองหลักทั่วโลก ได้แก่ ลอสแอนเจลิส, นิวยอร์ก, ลอนดอน, เซี่ยงไฮ้, โตเกียว และ ปารีส ซึ่งจากการศึกษา “เหตุผลที่คนเราต้องออกไปวิ่ง” (Why We Run) ก็ทำให้ อาดิดาส ค้นพบว่า การวิ่งนั้นไม่จำเป็นว่าเราจะต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเสมอไป เพราะทุกวันนี้นักวิ่งหลายๆ คนก็ให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ได้รับจากการออกไปวิ่ง โดยมีนักวิ่งถึง 87% ที่ออกมายอมรับว่า พวกเขาออกไปวิ่งเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาในครั้งนี้ยังทำให้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ดังต่อไปนี้
- ขจัดสิ้นทุกเสียงรบกวน (Faster Than the Noise) : นักวิ่งส่วนใหญ่ 60% รู้สึกว่าการวิ่งนั้นช่วยให้พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดี ขณะที่อีก 47% บอกว่าการออกไปวิ่งนั้นทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น ผลการศึกษายังพบว่ามีนักวิ่งถึง 68% ที่ไม่พกโทรศัพท์ติดตัวขณะออกไปวิ่งด้วย
- สยบทุกข้อแก้ตัวต่างๆ นานา (Faster Than Excuses) : 18% ของนักวิ่งรู้สึกดีมากหลักจากที่ได้ออกไปวิ่ง โดยมีนักวิ่งอีก 14% ที่ยอมรับว่าการวิ่งได้ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจ ขณะที่อีก 32% บอกว่ารู้สึกมั่นใจมากขึ้นทันทีหลังจากที่วิ่งเสร็จ
- พิชิตความเดียวดาย (Faster Than Alone) : ผลการศึกษาครั้งนี้ยังได้มีการระบุถึงผลลัพธ์ในเชิงสังคมด้วย โดย 34% ของนักวิ่งได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ในขณะที่ออกไปวิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น มีนักวิ่งถึง 20% ที่ยอมรับว่าพวกเขาได้พบเจอและคบหาคนรู้ใจจากการวิ่งอีกด้วย นั่นจึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การวิ่งนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดผลทางด้านสังคมได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
- อยู่เหนือความคาดหมาย (Faster Than Expected) : เท่านั้นยังไม่พอ การศึกษาในครั้งนี้ยังได้เผยถึงผลที่ได้จากการวิ่งในเชิงบวกอีกด้วย โดยนักวิ่งเหล่านี้ต่างก็ยอมรับว่า การวิ่งนั้นนำมาซึ่งความสำเร็จต่างๆ หลากหลายรูปแบบ เช่น มีนักวิ่ง 34% สามารถบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่พวกเขาเคยล้มเลิกไปก่อนหน้านี้ ขณะที่อีก 30% สามารถค้นพบไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ส่วนอีก 17% ก็ยอมรับว่า พวกเขามีความกล้าที่จะชวนคู่เดตออกไปพบปะกันมากขึ้น
Track & Field: Boston Marathon: USA Kathrine Switzer (261) in action during race. Women were not officially included in the race until 1972.
Ashland, MA 4/19/1967
CREDIT: Walter Iooss Jr. (Photo by Walter Iooss Jr. /Sports Illustrated via Getty Images/Getty Images)
(Set Number: X12351 TK1 )
กำเนิดแคมเปญ “ฟาสเตอร์ แดน”
เพื่อให้สอดคล้องกับผลการศึกษา “เหตุผลที่คนเราต้องออกไปวิ่ง” อาดิดาส จึงได้ชวนนักวิ่งจำนวนหลายคนมาเข้าร่วมแคมเปญ “ฟาสเตอร์ แดน” พร้อมแชร์เรื่องราวการพัฒนาตนเองเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นๆ ต่อไป โดยในแคมเปญนี้ได้มีนำเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น มาร์ตินัส อีแวนส์ นักวิ่งระยะไกลที่นำเอาสิ่งที่แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงและเสียงเย้ยหยันมาเป็นแรงผลักดันให้ออกไปวิ่ง โนอาห์ ไลลส์ เจ้าของตำแหน่งแชมเปี้ยนนักวิ่งชายระยะ 200 เมตร ที่ออกมายืนยันว่าคำว่า “เร็ว” นั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวของแต่ละคน ไชเน อเล็กซานเดอร์ นางแบบพลัสไซส์ที่สามารถเอาชนะความอยุติธรรมและเคราะห์กรรมต่างๆ เอลลี่ เลซีย์ อดีตผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายตับ ก่อนที่จะกลายมาเป็นนักวิ่งระดับแชมป์โลก ตลอดจนถึง แคทลีน สวิตเซอร์ ตำนานนักวิ่งหญิงคนแรกที่สามารถพิชิตมาราธอนได้สำเร็จในการแข่งขันบอสตัน มาราธอน เมื่อปี 1967 ซึ่งในระหว่างการแข่งขันเธอได้ต่อสู้อุปสรรคต่างๆ จนเกือบทำให้เธอถูกเชิญออกจากการแข่งขัน จนในที่สุดเธอก็สามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ อาดิดาส ยังได้สร้างสรรค์รองเท้าวิ่งขึ้นมาใหม่เพื่อให้นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสถึง “ความเร็ว” ของตัวเองได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากรองเท้าวิ่งเอสแอล 20 (SL20) ซึ่งมีน้ำหนักเบา และมีการใช้เทคโนโลยีไลท์สไตรค์ (Lightstrike) ในพื้นรองเท้า เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 (Ultraboost 20) และ อัลตร้าบูสท์ พีบี (UltraBoost PB) ที่มาพร้อมคุณสมบัติการคืนพลังงานสูงสุดในทุกย่างก้าว และปิดท้ายด้วยรองเท้าวิ่งโฟร์ดี 1.0 (4D 1.0) ที่มีดีไซน์โดดเด่นและพื้นรองเท้าที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 3D ปรินท์ จึงทำให้ อาดิดาส สามารถตอบสนองความต้องการของนักวิ่งทุกประเภทได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รองเท้าวิ่งเอสแอล 20 จะวางจำหน่ายในราคา 4,000 บาท ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วไป

ส่วนรองเท้า Ultraboost PB และ Ultraboost 20 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 6,500 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วไป
SS20 Faster Than
เป็นเจ้าของก่อนใคร! ซัมซุงเปิดจำหน่าย “Galaxy Z Flip” รอบพิเศษ 21 กุมภาพันธ์ นี้ สมาร์ทโฟนพับได้ดีไซน์ใหม่ 200 เครื่องแรกในประเทศไทย
Galaxy Z Flip โดดเด่นสะดุดตาด้วยเฉดสีที่ทันสมัยและดีไซน์โค้งมนสะท้อนความเรียบหรู สำหรับประเทศไทย Galaxy Z Flip มาใน 2 เฉดสี ได้แก่สีม่วง Mirror Purple และสีดำ Mirror Black เพิ่มความหรูหราด้วยเลเยอร์ของกระจกทำให้ตัวเครื่องเล่นกับแสงได้สวยงาม สามารถสะท้อนสีที่แตกต่างกันไปในทุกๆ องศาขณะพับเครื่อง
ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมชได้ทุกวัน เพิ่มความโดดเด่นและสร้างสีสัน อีกทั้งยังช่วยสร้างคาแรคเตอร์ของผู้ใช้ให้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

ดีไซน์พับได้ของ Galaxy Z Flip ช่วยทลายข้อจำกัดในการใช้

นอกจากนี้ ซัมซุงยังคำนึงถึงความสะดวกต่อการใช้งาน เห็นได้จากหน้าจอด้านหน้า หรือ Cover Display ที่คอยแสดงผลแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลต่างๆ อย่าง วัน เวลา และสถานะของแบตเตอรี่ แม้จะอยู่ในโหมดพับ ที่มากไปกว่านั้น ยังสามารถแสดงมุมมองของผู้ใช้ขณะถ่ายเซลฟี่ได้อีกด้วย
สำหรับใครที่สนใจ ซัมซุงเปิดจำหน่าย Galaxy Z Flip รอบพิเศษ ให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนพับได้ดีไซน์สุดล้ำก่อนใครในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวนจำกัดเพียง 200 เครื่องเท่านั้น ที่ Samsung Experience Store 10 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน, เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, เมกาบางนา, เดอะมอลล์บางกะปิ, แฟชั่นไอส์แลนด์ และ เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช หรือสามารถสั่งซื้อได้ทาง Samsung Online Shop และออนไลน์สโตร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย ในราคา 44,900 บาท มาในสีม่วง Mirror Purple และสีดำ Mirror Black สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/galaxy-z-flip
