มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พัฒนาบุคลากรผ่านระบบฝึกอบรมทางไกล
สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย หรือ EA ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน 2561 ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยมีพันธกิจหลักคือการพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายให้มีทักษะความรู้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย
ด้วยสถานการณ์ความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงเริ่มนำระบบ “การฝึกอบรมทางไกล” มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
“แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นขณะนี้ แต่เราไม่คิดที่จะหยุดนิ่งและยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศในการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมทั้งในด้านความรู้และทักษะเพื่อส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยระบบการฝึกอบรมทางไกลนี้จะสามารถฝึกอบรมบุคลากรได้มากกว่า 5,000 คน ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายนี้” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ระบบการฝึกอบรมทางไกลของสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยประกอบด้วยหลักสูตรการฝึกอบรม 3 ประเภท ได้แก่ 1) การเรียนด้วยตนเอง 2) การสอนโดยครูฝึกประจำศูนย์บริการ (In-House Training หรือ Train the Trainer) และ 3) การเรียนรู้ผ่านระบบถ่ายทอดสดออนไลน์ (Online Broadcasting)
1) การเรียนด้วยตนเองผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบไปด้วยการฝึกอบรมในรูปแบบอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) และ รูปแบบวีดีโอเลิร์นนิ่ง (Video Learning) บุคลากรของผู้จำหน่ายสามารเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้จากคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ซึ่งทำให้การฝึกอบรมง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถจัดสรรเวลาสำหรับการเรียนได้เอง โดยสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมฯ ออกแบบและผลิตเนื้อหาให้กระชับ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการเรียนด้วยตัวเอง และกำหนดเป้าหมายในปีงบประมาณ 2563 นี้ ให้มีพร้อมทั้งหมด 12 กลุ่มวิชา แบ่งเป็นอีเลิร์นนิ่ง 49 วิชา วีดีโอเลิร์นนิ่ง 167 คลิป
2) การสอนโดยผู้ฝึกสอนประจำศูนย์บริการ ที่เกิดจากความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่ายโดยการต่อยอดจากหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาให้พนักงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่งสามารถเป็นผู้ฝึกสอนประจำศูนย์บริการ สำหรับแผนกขาย และบริการหลังการขาย โดยผู้ฝึกสอนจะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมฯ อย่างต่อเนื่องรวมถึงได้รับคู่มือ และสื่อการสอนมาตรฐาน ให้สามารถดำเนินการฝึกอบรมได้ในรูปแบบการสอนในห้องเรียน (Classroom Training) การสอนในระหว่างปฏิบัติงาน (On the Job Training) รวมทั้งให้คำแนะนำ (Coaching)
3) ระบบถ่ายทอดสดออนไลน์ เป็นการสอนผ่านระบบประชุมทางไกล โดยทั้งผู้ฝึกสอนและผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะสามารถพูดคุยถามตอบกันได้แบบเรียลไทม์ ระบบดังกล่าวนำมาใช้สำหรับการฝึกอบรม ให้แก่ พนักงานผู้จำหน่ายจากทุกแผนก ได้แก่ ที่ปรึกษาการขาย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ที่ปรึกษางานบริการ พนักงานอะไหล่ เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค รวมถึงเจ้าหน้าที่ซ่อมสี และตัวถัง โดยในปีงบประมาณ 2563 นี้มีแผนที่จะทำการถ่ายทอดสดทางออนไลน์สำหรับ 63 หัวข้อวิชา ทั้งนี้สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมยังสามารถสอบวัดผลและประเมินผู้เข้ารับการฝึกอบรมผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ได้อีกด้วย
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากร โดยมีสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้สอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อพัฒนาความพึงพอใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งแคมเปญบริการหลังการขายแทนคำขอบคุณแด่บุคลากรทางการแพทย์
บุคลากรทางการแพทย์สามารถนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นเข้ารับบริการ Service A หรือ Service B และรับทันทีส่วนลด 5,000 บาท โดยทำการนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้ากับศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เท่านั้นโดยติดต่อศูนย์บริการฯ โดยตรง หรือสามารถนัดหมายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.mercedes-benz.co.th/OnlineAppointmentBooking
ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อศูนย์บริการเมอร์เซเดส–เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแคมเปญพิเศษนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2563 นี้
หนังสั้นสุดซิ่งจาก BMW FILMS ฉบับ Remastered ชัดตาแตกระดับ 4K!
BMW Film หนังสั้นแนวแอ็คชั่นบู๊ล้างผลาญที่ผสมผสานมุขตลกอย่างลงตัว ที่สำคัญฉากการไล่ล่าบนท้องถนนที่มีรถ BMW ออกมาวาดลวดลายในทุกๆ ตอน และในแต่ละตอนยังเป็นการรวมตัวของนักแสดงและผู้กำกับชั้นนำระดับแม่เหล็ก ล่าสุดแฟนพันธุ์แท้ BMW คนหนึ่งทำการรีมาสเตอร์ไฟล์หนังซึ่งบางตอนสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุค ’90 โดยปรับคุณภาพให้ชัดขึ้นไปถึง 4K เรียกว่ามันส์ทะลุจอกันเลยทีเดียว แถมยังแชร์ให้ชมทาง Youtube แบบฟรีๆ ทั้ง 10 ตอน อีกด้วย รับรองได้ว่าคนรักรถดูแล้วหลังติดเบาะ (โซฟา) เพลินจนไม่อยากลุกไปไหนแน่นอน!
LAMBORGHINI x SUPREME ลัมโบร์กินี จับมือ ซูพรีมเปิดตัวคอลเลคชั่นไฟลุก!
ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ผู้ผลิตรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโลกอย่างลัมโบร์กินี จับมือกับซูพรีม แบรนด์สเก็ตบอร์ดจากนิวยอร์กที่ทรงอิทธิพลต่อวงการสตรีทแวร์ทั่วโลก เผยโฉมแคปซูลคอลเลคชั่นสุดฮ็อต ผ่านคาแรกเตอร์ของ ไทฌอน โจนส์ (Tyshawn Jones) นักสเก็ตบอร์ดชื่อดังชาวอเมริกัน ที่มาตอกย้ำเอกลักษณ์ของการ Co-branding ในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2020 โดยเฉพาะ

“ลัมโบร์กินีและซูพรีมได้เล็งเห็นถึงอัตลักษณ์ตัวตนของอีกแบรนด์ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและพลังความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดยั้ง จึงนำมาสู่การผสมผสานเป็นคอลเลคชั่นพิเศษใหม่ล่าสุด ระหว่างดีไซน์และสมรรถนะสุดเร้าใจของลัมโบร์กินี เข้ากับความสมบูรณ์แบบของแฟชั่นสตรีทแวร์ระดับโลก” คาเทีย บัสซิ ประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสารองค์กร ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้กล่าวไว้

คอลเลคชั่นของ LAMBORGHINI x SUPREME ในฤดูกาล Spring/Summer 2020 นี้ เต็มไปด้วยไอเท็มสีสันสุดร้อนแรง ทั้งเสื้อยืด เสื้อฮอกกี้ เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต จั๊มสูท หมวก รวมถึงสเก็ตบอร์ด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีรถลัมโบร์กินี ทุกไอเท็มจึงโดดเด่นด้วยสีสันสะดุดตา ทั้งสีส้มนีออน สีเขียวนีออน หรือโทนเรียบหรูอย่างสีขาวและสีดำ

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินี สามารถสัมผัสโฉมจริงของไอเท็มต่างๆ ในคอลเลคชั่นพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ‘ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ’ บนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเปิดทำการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 9.00-18.00 น. ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 087-8158888

ซัมเมอร์สุดเดือดกับ ฮอนด้า ซีวิค สีใหม่ ‘แดงอิกไนต์’ เฉพาะรุ่น TURBO RS เท่านั้น!
ฮอนด้า ซีวิค สีแดงอิกไนต์ รุ่น TURBO RS โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมในสไตล์ RS ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ให้ความสปอร์ตเร้าใจทุกการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาทีให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร
ครบครันด้วยฟังก์ชันความสะดวกสบายอ่างระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri เป็นต้น พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง
ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น
ฮอนด้า ซีวิค มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท รุ่น TURBO ราคา 1,104,000 บาท รุ่น 1.8 EL ราคา 964,000 บาท และรุ่น 1.8 E ราคา 874,000 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะในรุ่น TURBO RS / สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) / สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) / สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) / สีดำคริสตัล (มุก) และสีขาวแพลทินัม (มุก)
สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ผ่านทางผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2563 รับเครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท ในแคมเปญ “Honda Easy Deal Easy Life” นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่
- รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท และโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน หรือ
- แคมเปญ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้น 11,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท และโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้าอัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน
ฮอนด้าได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้าทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ อาทิ มีจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าโชว์รูม บริการเจลแอลกอฮอล์ในจุดต่างๆ จัดพื้นที่ให้บริการและที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้ารับบริการ รวมทั้งมีการทำความสะอาดพื้นที่จุดสัมผัสในบริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่จัดแสดงตามจุดต่างๆ และรถยนต์ทดลองขับ เป็นต้น
ลูกค้าที่สนใจฮอนด้า ซีวิค สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.honda.co.th/civic หรือสอบถามรายละเอียดข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/promotions
***หมายเหตุ***
- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
- เงื่อนไขแคมเปญเฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ
- เงื่อนไขนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขสินเชื่อ สำหรับธุรกิจรถเช่า รถรับจ้าง รถทดลองขับ การขายกลุ่ม (Fleet) หรือรถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- รายละเอียดและเงื่อนไขมีความแตกต่างกัน และเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
Sugar Free Communication พีอาร์ คอนเทนต์เอเยนซี่เลือดไทยพร้อมลุยทุกแพลตฟอร์ม!
น้ำผึ้ง บัวเจริญ กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้ง บริษัท ซูการ์ฟรี คอมมูนิเคชั่น จำกัด หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาในวงการประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร เพราะน้ำผึ้งทำงานด้านนี้มาเกือบ 20 ปี จากยุคการทำประชาสัมพันธ์หรือการตลาดแบบ traditional เปลี่ยนถ่ายมาสู่ยุคดิจิทัล นับเป็นความท้าทายและการปรับตัวครั้งสำคัญของนักประชาสัมพันธ์บนคำถามที่ว่างานประชาสัมพันธ์ยังสร้างคุณค่าให้กับองค์กรหรือแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรในยุคนี้
สำหรับการทำงานในช่วงรอยต่อนี้ พบว่าการทำงานประชาสัมพันธ์รวมไปถึงงานด้านการสื่อสารมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณค่า ตลอดจนการเลือก Key message ผสานการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ สอดคล้องไปกับการสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เครื่องมือ และช่องทางการสื่อสารในทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงมีวิธีการวัดผลที่มีประสิทธิภาพนำมาต่อยอดเพื่อการปรับปรุงพัฒนากลยุทธ์ให้กับแบรนด์ได้ในระยะยาว จากการเล็งเห็นความสำคัญในก้าวต่อไปของการทำงานบนความตั้งใจที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและภาคธุรกิจต่างๆของเมืองไทย จึงก่อตั้งบริษัท บริษัท ซูการ์ฟรี คอมมูนิเคชั่น จำกัด ขึ้นมา ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่จะสามารถสร้าง Like Love และ Loyalty ของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อแบรนด์ ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุค

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างผลกระทบให้กับทุกวงการ ซึ่งเกิดจากการวิวัฒน์ของเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกับพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนั้นกลไกด้านการตลาดที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการผู้บริโภคจึงปรับเปลี่ยนไปด้วย ในส่วนแวดวงการสื่อสาร ที่เห็นอย่างชัดเจนคือ เปลี่ยนมาสื่อสารบนออนไลน์แพลตฟอร์มมากขึ้น เหล่านักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ ก็หันมาโฟกัสสื่อออนไลน์มากขึ้น เริ่มให้มาทำความเข้าใจบทบาทของ Influencer , Data , Social insight และ Social movement มากยิ่งขึ้น
แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่จะทำให้คนทำงานสื่อสารยังสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรต่อไปได้ ยังคงเป็นเรื่องของแก่นแท้ หัวใจในการสื่อสาร คือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณค่า เหมาะสม สอดคล้อง กับกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการขององค์กร โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือและช่องทางการสื่อสารที่สมดุล ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ ตราบใดที่เรายังไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร มีพฤติกรรมแบบไหน เรายังฟันธงไม่ได้ว่าเราจะเลือกใช้ออนไลน์ ออฟไลน์ในสัดส่วนแค่ไหน อย่างไร เพราะทั้งสองแพลตฟอร์ม มีบุคลิกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจง ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีพฤติกรรมที่หลากหลาย แตกต่างกัน

ความท้าทายของการทำประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล หรือยุคของการ Disruption น้ำผึ้งมองว่าต้องหา แก่น และคุณค่าในการทำงานด้านนั้นๆให้เจอ สร้างความแข็งแกร่งในแก่นของงาน เรียนรู้อยู่ตลอดเวลานำสมัย ยืดหยุ่น ปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เข้ามา ถ้ามองเป็น ซอฟต์แวร์ ก็ถือเป็นการอัปเกรดเวอร์ชัน ให้ทันความความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบด้านอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเทรนด์ไหนมา ทั้งเรื่องของ Data, Behavioral economics, Digital platform ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ยังสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งชูการ์ฟรีเอง มีความตั้งใจ และยินดีที่จะเข้าไปมีส่วนสนับสนุนการทำงานให้กับองค์กรและภาคธุรกิจต่างๆ ด้วยประสบการณ์ ด้วยความเข้าใจในทุกมิติ
สำหรับจุดแข็งของ ชูการ์ฟรี คือ ประสบการณ์ของทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความเป็นมืออาชีพ Ownership mind เป็นนักฟังที่ดี เรียนรู้และปรับอยู่ตลอดเวลา มีความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองใหม่ในการพัฒนาคอนเทนต์ บริหารประเด็น Key message ที่สำคัญสามารถตีโจทย์และทำความเข้าใจบุคลิกของลูกค้า บุคลิกของสื่อและเครื่องมือแต่ละประเภท ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ มีความสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชนสายหลัก และ Influencer ประการสำคัญเข้าใจบุคลิก ความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทำงานบนความเข้าใจลูกค้า และกลุ่มเป้าหมาย โดยมีทัศนคติการทำงานที่เปรียบเสมือนคู่คิด มองหาโอกาสให้กับลูกค้า สนุกกับการแก้ไขปัญหาและหาโซลูชัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ในแง่การทำงานด้านกลยุทธ์ การจัดการชื่อเสียง ภาพลักษณ์ องค์กร ทีมงานให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูล งานวิจัย การสำรวจความคิดเห็นสื่อมวลชน Influencer กลุ่มเป้าหมาย การประยุกต์ และวิเคราะห์ DATA และ Social Listening เพื่อสำรวจเสียง ความเห็น ความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคที่อยู่บนโลกออนไลน์ มาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์อีกด้วย

Sugar Free Communication ให้บริการ 3 บริการหลัก ได้แก่
PR&CONTENT
การบริหารการสื่อสารโดยใช้เครื่องมือด้านการประชาสัมพันธ์และคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ และมากไปกว่านั้น เราให้ความสำคัญในการสร้างสรรค์และวิธีการนำเสนอ Key message ที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร และกลุ่มเป้าหมาย โดยทำความเข้าใจความต้องการขององค์กร วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เชี่ยวชาญในการเลือกใช้เครื่องมือ และช่องทางการสื่อสาร ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์
CRISIS COMMUNICATIONS
บริหารจัดการวิกฤติการสื่อสาร ด้านกลยุทธ์ วางแผนป้องกัน และรับมือ จัดทำคู่มือ อบรมภายในองค์กร ตลอดจนบริหารจัดการประเด็นสื่อสาร ติดตามสถานากรณ์ โดยใช้เครื่องมือ เทคนิควิธีการที่เฉพาะเจาะจง สอดคล้องกับองค์กร กลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการทำ Social Listening เพื่อสำรวจเสียง ความเห็น ความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคที่อยู่บนโลกออนไลน์ อีกด้วย
DIGITAL MARKETING
บริการทำการตลาดออนไลน์, ให้คำปรึกษาด้านการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดบนเฟซบุ๊ก, การทำ Facebook Ads, Instagram, Line@, การทำโฆษณา Google Adwords, รวบถึงการพัฒนาเว็บไซต์ เว็บธุรกิจ และพัฒนาระบบต่างๆ ได้ตามความต้องการ, เว็บอีคอมเมิร์ช eCommerce สำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายบนออนไลน์
เพิ่มเติม www.sugarfreecommunication.co.th
โอ๊ต ปราโมทย์ X G-SHOCK METAL FACE สาย Street Luxury ต้องมี!
G-SHOCK Metal Face GM-6900 ดีไซน์ขึ้นจากพื้นฐานนาฬิกาซีรี่ส์ 6900 ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มแร็ปเปอร์ทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนรุ่นอื่น เจ้าของฉายา “Triple Graph” (ทริปเปิ้ล กราฟ) หรือที่เรียกติดปากกันในประเทศไทยว่า “ไอ้สามตา” โดยความพิเศษของรุ่นใหม่นี้อยู่ที่วงกรอบตัวเรือนโลหะ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Metal Series ยอดนิยมของสายสตรีทแฟชั่น หล่อหลอมมาเป็นนาฬิกา GM6900 ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของซีรี่ส์ 6900 นั่นเอง
‘โอ๊ต’ ปราโมทย์ ปาทาน ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ใหม่แกะกล่องของ GM-6900 กล่าวว่า “ดีใจมากครับที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ในตำนานอย่าง G-SHOCK ซึ่งถ้าพูดตามตรง ทั้งผมและคนรักนาฬิกาแทบจะทุกคนต้องเคยใส่กันมาอยู่แล้ว บวกกับความแข็งแกร่งในตำนานของ G-SHOCK ที่ต้องยกให้เค้าจริง ๆ ตอนแรกที่ได้รับเลือกให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ GM-6900 ยังคุยขำ ๆ อยู่ว่า เอ้ยไอ้เรือนเนี่ย ผมใส่มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว! แต่ตัวใหม่นี้ดูหรูขึ้น สตรีทขึ้น แต่งตัวมันส์ขึ้นเยอะ เออ! มันได้ว่ะ ดีไซน์ลงตัว ได้ลุคสตรีทแบบมี Identity อย่างที่ผมชอบ เอาอยู่ทุกลุคทุกสไตล์”
ในด้านการผลิต ตัวเรือน Metal Face ของ GM6900 นั้นผ่านการหล่อหลอมด้วยกระบวนการสร้างรูปทรงและขึ้นรูปถึง 20 ขั้นตอน ตลอดจนการเคลือบชุบและขัดเงาด้วยเทคนิคพิเศษอีกหลายขั้นตอน ทำให้ G-SHOCK Metal Face GM6900 เป็นนาฬิกาที่มีทั้งความเท่ห์ และหรูหราในเรือนเดียวกัน
G-SHOCK Metal Face GM6900 มาพร้อมสามสไตล์ให้หนุ่มสายแฟได้เลือก Sterling Soul (GM-6900-1DR) กรอบตัวเรือนโลหะสีเงิน พร้อมสายเรซินสีดำ ราคา 8,000 บาท, Gold Metal (GM-6900G-9DR) กรอบตัวเรือนโลหะสีทอง พร้อมสายเรซินสีดำ ราคา 8,900 บาท และ Red Electro (GM-6900B-4DR) กรอบตัวเรือนโลหะสีดำ พร้อมชุบด้วยเทคนิคพิเศษ มากับสายเรซินสีแดงโปร่งแสง ในราคา 8,900 บาท ซึ่งเป็นรุ่น Limited ของซีรี่ส์นี้
G-SHOCK Metal Face GM6900 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ https://www.robinson.co.th/gm6900 หรืออัพเดตข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.caio-cmg.com และ Facebook/Casio Watches Thailand
#CASIOCMG #GSHOCK #MetalFace #GM6900 #StreetLuxury
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชวนต้านภัยโควิด-19 ด้วยการโพสต์ภาพคู่กับรถยนต์ของคุณ เพื่อมอบเงินบริจาค 500 บาทต่อภาพ!
มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ติดตามสถานการณ์ของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และทำให้เราตระหนักว่า บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบัน จำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่ได้เพิ่มมากขึ้นมากแล้ว เนื่องด้วยภาครัฐมีนโยบายป้องกันโควิด-19 ที่เข้มข้น ทั้งการปิดทำการสถานที่เสี่ยง และการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์ใน 4 โรงพยาบาลหลักที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนไทยได้ฝ่าวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ได้สำเร็จร่วมกัน”
และด้วยตระหนักในความไม่สะดวกของลูกค้าในการนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงออก 2 มาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าไปพร้อมกัน ดังนี้
- หากรถยนต์ของท่านสิ้นสุดระยะการประกันคุณภาพ หรือสิ้นสุดระยะแพ็คเกจเมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิส พลัส (Mercedes-Benz Service Plus) ภายในช่วงการระบาดของโควิด-19 ให้ถือว่ารถยนต์ของท่านยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองการรับประกันคุณภาพของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ถึง 30 กันยายน 2563
- เมอร์เซเดส-เบนซ์ขยายช่วงระยะเวลาเกินกำหนดของการเข้ารับบริการบำรุงรักษาสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถตู้เป็นระยะเวลา 150 วันหรือ 5,000 กิโลเมตรแล้วแต่ว่าระยะใดถึงก่อน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ถึง 30 กันยายน 2563
ทั้งนี้ ภาพและข้อความให้กำลังใจบุ
MINI JCW GP แพงสุดแรงสุดตั้งแต่เคยมีมาสานต่อดีเอ็นเอรถแข่งพันธุ์แท้สไตล์มินิ
มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตรด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เจเนอเรชั่นล่าสุดให้กำลังสูงสุด 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.ได้ภายใน 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 265 กม./ชม. หัวใจสำคัญของเครื่องยนต์สมรรถนะสูงคือระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบระบายความร้อนของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของรถแข่ง

ระบบระบายความร้อนที่
มาพร้อมหม้อน้ำ 2 ช่องสำหรับหล่อเย็น ถังพักน้ำหล่อเย็นขนาดใหญ่ขึ้นและพัดลมไฟฟ้า นอกจากนี้เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะยังมีระบบระบายความร้อนแยกต่างหาก ระบบเกียร์แบบใหม่ยังช่วยเสริมความสปอร์ตให้กับการเปลี่ยนเกียร์ด้วยปุ่มเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้า หรือหากต้องการเปลี่ยนไปขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดาก็สามารถทำได้โดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย
ระบบช่วงล่างของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ยังคงการขับขี่สไตล์โกคาร์ท แต่มันส์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาด้านหลักจลนศาสตร์ของล้อและเพลา เสริมความคล่องตัวด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้นและตัวรถที่ต่ำลง
10 มิลลิเมตร พร้อมพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวถัง ระบบเบรกแบบสปอร์ตที่มาพร้อม
คาลิเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบบริเวณล้อหน้า และคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยวแบบลอยบริเวณล้อหลัง
มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มาในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยลุครถแข่งพันธุ์แท้ ที่โดดเด่นและมีสมรรถนะการขับขี่อย่างเสถียรภาพและความแม่นยำในการควบคุมในสภาวะการขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง ตัวถังได้รับการออกแบบมาเพื่อชูความสมมาตรระหว่างหลักอากาศพลศาสตร์และการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์และระบบเบรก โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์บนหลังคาแบบปีกคู่ พ่วงกับดีไซน์กระโปรงหน้าแบบ Blackband และขอบสปอยเลอร์หน้า ที่ทำงานร่วมกันในการลดแรงยก ทำให้แรงยกบริเวณซุ้มล้อหน้าและซุ้มล้อหลังลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์รุ่นอื่นๆ
ลักษณะดีไซน์อันโดดเด่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ที่มีความสำคัญในด้านอากาศพลศาสตร์ ยังรวมถึงซุ้มล้อที่กว้างออกเพื่อรองรับการเปลี่ยนยางสำหรับขับขี่บนสนามแข่งที่ใหญ่กว่าล้อปกติ และช่องดักลมด้านข้างตัวรถ โดยวัสดุที่ใช้บริเวณซุ้มล้อ ประกอบไปด้วยโครงสร้างเทอร์โมพลาสติกด้านใน ผสาน
คาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านนอก(CFRP) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่นำวัสดุสองประเภทดังกล่าวมาใช้ร่วมกันโดยผ่านกระบวนการผลิตแบบพิเศษ นอกจากนี้ยังได้มีการพิมพ์หมายเลขลำดับการผลิตที่เปรียบเสมือนหมายเลขประจำตัวนักแข่งรถในสนาม
มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ดูทรงพลังด้วยการผสานเส้นสายการดีไซน์ที่เฉียบคม มาในตัวถังสีเทา Racing Grey metallic ตัดกับหลังคาและฝาครอบกระจกสีเงิน Melting Silver metallic ชิ้นส่วนกันชนด้านหน้า รวมทั้งด้านหลังที่มาพร้อมไฟตัดหมอกในตัว ได้รับการออกแบบในรูปทรงแปลกใหม่ เสริมความสะดุดตาด้วยแผงกระจังหน้าลวดลายทรงหกเหลี่ยม
โดดเด่นด้วยช่องรับอากาศด้านล่างและด้านในสปอยเลอร์บนหลังคาในสีแดงเงา Chili Red โลโก้ GP อันเป็นเอกลักษณ์ในสีแดง Rosso Red metallic matt ปรากฎอยู่บนตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วทั้งรถ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้ารถ ท้ายรถ ด้านนอกของสปอยเลอร์หลังคา ขอบประตู และสเกิร์ตด้านข้าง ล้ออัลลอยน้ำหนักเบากว่า 9 กิโลกรัมขนาด 18 นิ้ว (8.0 J × 18)มาพร้อมยางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะสองที่นั่ง ลดการติดตั้งวัสดุกันเสียงเพื่อลดน้ำหนักของตัวรถ ให้ความรู้สึกสปอร์ตดุดันเช่นเดียวกับรถแข่ง มาพร้อมเบาะหนังแท้ Dinamica แบบสปอร์ตในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขอบเบาะสีเงินตัดกับตะเข็บสีแดง ตกแต่งด้วยตรา GP ด้านล่างพนักพิงศีรษะและสายเข็มขัดสีแดง แผงคอนโซลบริเวณที่นั่งผู้โดยสารปรากฏเลขแสดงลำดับการผลิตของรถแต่ละคันจากการพิมพ์แบบสามมิติ เสริมความพิเศษสุดให้แก่มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ทุกคัน
พวงมาลัยของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่บ่งบอกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่นด้วยลวดลายจาก
การพิมพ์แบบสามมิติ หุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ nappa ตัดกับตะเข็บสีแดง ตรงกลางมีชิ้นส่วนเหล็กบ่งบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการขึ้นรูปทีละชิ้นส่วนแบบ Additive Manufacturing แป้นเปลี่ยนเกียร์ด้านหลังพวงมาลัยเป็นการนำเหล็กมาขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีพิมพ์ แบบสามมิติบนพื้นผิวของแป้นเปลี่ยนเกียร์แต่งแต้มด้วยโลโก้ GP และลวดลายรวงผึ้ง ห้องโดยสารมาในโทนสีดำที่เพิ่มสีสันด้วยโลโก้ GP สีแดงบนพื้นพรมและลายเส้นคู่บนหัวเกียร์ รวมทั้งโครงเหล็กอลูมิเนียมด้านหลังเบาะที่นั่งในสีแดง Chili Red ซึ่งได้รับการติดตั้งเพื่อป้องกันสัมภาระจากหลังรถไหลลื่นมาด้านหน้าในกรณีที่เบรกกระทันหัน
ระบบความบันเทิงมาพร้อมระบบ MINI Connected เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผลการขับขี่เฉพาะรุ่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ปรากฎบนจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 5 นิ้ว แสดงความเร็วในการขับขี่ทั้งแบบตัวเลขและเข็มวัด รวมทั้งแสดงผลการขับขี่ในโหมด GP ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร
มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ได้มาถึงประเทศไทย 5 คันแรก จากทั้งหมด 30 คัน ที่ราคา 4,200,000 บาท ซึ่งรวมถึงแพ็คเกจพิเศษ MSI 10/100 ครอบคลุมระยะเวลาบำรุงรักษา 10 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และสำหรับอีก 25 คัน จะพร้อมส่งมอบภายในปี 2563 โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ทาง www.facebook.com/MINI.Thailand/
ครั้งแรกกับการจับมือกันระหว่าง swarovski กับ LINE เปิดตัวคอลเลกชันคริสตัลสุดคิ้วท์!
คอลเลกชัน LINE FRIENDS ที่แสนขี้เล่นและซุกซนนี้ ได้นำเอาความน่ารักของคาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก LINE อย่างเจ้า BROWN, CONY และ SALLY มาประดับด้วยคริสตัลประกายระยิบระยับสีสันสดใสเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสวารอฟสกี้ ในคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วย เครื่องประดับจิวเวลรี่ พวงกุญแจชาร์มประดับกระเป๋า ปากกาลูกลื่น และชิ้นงานประดับบ้าน ซึ่งจะเพิ่มความเปล่งประกายที่ได้ทั้งความเจิดจรัสและน่ารักให้กับทุกสไตล์อย่างลงตัว
จับจองสวารอฟสกี้คอลเลกชัน LINE FRIENDS ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สวารอฟสกี้เปิดขึ้นเพื่อบรรดาแฟนคลับไลน์ชาวไทยโดยเฉพาะ เพียงเป็นเพื่อนกับสวารอฟสกี้ที่ @swarovskithailand ในไลน์ แล้วสั่งซื้อเครื่องประดับชิ้นใดก็ได้จากสวารอฟสกี้ รับทันทีส่วนลดพิเศษ 10% พร้อมบริการจัดส่งฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563
คอลเลกชัน LINE FRIENDS มีวางจำหน่ายที่ร้านสวารอฟสกี้ทั่วประเทศ และช่องทาง LINE Official Account (@swarovskithailand) ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจจากสวารอฟสกี้ได้ที่ Instagram, Facebook และเว็บไซด์ Swarvoski.com
