Test of Will 2019 อีเวนต์แข่งความฟิต! ปีที่ 4
อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) จัดอีเวนต์แข่งความฟิตเพื่อค้นหาสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ณ ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักกีฬาและนักฟิตเนสหัวใจนักสู้เข้าร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงกระแสการออกกำลังกายที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยรวมถึงพลังใจของเหล่าผู้กล้าที่เพิ่มขึ้นด้วย
ในปีนี้ Test of Will 2019 ได้เพิ่มประเภทการแข่งขันระดับ Elite หรือกลุ่มนักฟิตเนสสายสตรอง เข้ามาในการประลองฝีมือที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากประเภท Open Category ใน 3 ช่วงกลุ่มอายุ: 18-34 ปี 35-44 ปี และ 45 ปีขึ้นไป พร้อมร่วมชิงเงินและของรางวัลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นเงินสดมูลค่า 75,000 บาทในรุ่น Elite และ 50,000 บาท ในรุ่น Opens Category และบัตรกำนัล 100,000 บาท จาก อันเดอร์ อาร์เมอร์

นอกจากนี้ยังมีของรางวัลจากสปอนเซอร์หลักอย่าง
- BMW มอบจักรยาน BMW Cruise Bike มูลค่าคันละ 70,000 บาท ให้กับแชมป์จากแต่ละประเภท ทั้งชายและหญิง และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 คนจากแต่ละกลุ่มยังได้รับบัตรของขวัญบริการรถลิมูซีนรับ–ส่งสนามบิน ด้วย BMW 5 Series จำนวน 2 เที่ยว มูลค่า 6,000 บาท
- Virgin Active มอบโปรแกรมฟิตเนส 6 เดือนสำหรับผู้ชนะจากทุกประเภท และโปรแกรมฟิตเนส 3 เดือนสำหรับรองผู้ชนะทุกประเภทเช่นเดียวกัน
- JBL มอบชุดเฮดโฟนมูลค่า 20,000 บาท ให้แก่ผู้ชนะเลิศจากทุกประเภท
รวมถึงของรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมาย อาทิ โรงแรม Siam@Siam, Sanctband, Nutrition Depot และ นาฬิกา Garmin
เวทีท้าประลองความกล้าในครั้งนี้ ยังมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ประกอบไปด้วยซุปเปอร์สตาร์สายสตรองอย่าง ‘ลูกเกด เมทินี’ และ ‘เต๋า สมชาย’ ดาราสาวผู้หลงใหลไตรกีฬา ‘ดาร์ลิ่ง’ และฟิตเนสอินฟลูเอ็นเซอร์อย่าง ‘ใบคา พึ่งอุดม’ ‘แคทเธอรีน–วชิรา ชอห์น’ และ ‘ครูเชอร์รี่–นนท์ณัฐดา อำมาตย์’ มาร่วมทดสอบพลังกายพลังใจในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
นักกีฬาชายและหญิงสุดแกร่งที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งประเภทการแข่งขันระดับ Elite ได้แก่ พชร วุฒิพิศาล และ พรรณภา นิจภา และผู้ทำคะแนนสูงสุดการแข่งขันประเภท Open Category ช่วงกลุ่มอายุ 18-34 ปี 35-44 ปี และ 45 ปีขึ้นไป โดยเรียงตามลำดับ ฝ่ายชายได้แก่ ณัฐพสิษฐ์ ฮวดกระโทก, ก้องภพ โนนสืบเผ่า และ ทิม คาร์เตอร์ และฝ่ายหญิงได้แก่ จิตติมา หมั่นดี, ธนาวดี พฤทธิ์ขจรชัย, เมธาวี อิรวดีกุล โดย ณัฐพสิษฐ์ ฮวดกระโทก และ เมธาวี อิรวดีกุล เป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดชายและหญิงในการแข่งขันประเภท Open Category
จริญญา เขียวหวาน (กลาง) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย) พร้อมด้วย เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ ภามะณี เลอแฟฟร์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและธุรกิจใหม่ จาก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย ร่วมมอบรางวัลใหญ่ให้แก่เหล่าผู้ชนะและรองชนะเลิศจากการแข่งขัน Test of Will 2019 ที่ร้านอันเดอร์ อาร์เมอร์ เซนทรัลเวิลด์
************
อัพเดตข้อมูลสินค้าและติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.underarmour.co.th หรือ เฟซบุ๊คUnderArmourThailand หรืออินสตาแกรม @UnderArmourTH
เปิดราคาไทย! ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10!
- กาแลคซี่ โน้ต 10 ราคา 32,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Pink และ Aura Black
- กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 256GB ราคา 37,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura White และ Aura Black
- กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 512GB ราคา 40,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura White และ Aura Black
โดยซัมซุงเปิดให้จองล่วงหน้าแล้ววันนี้ เริ่มต้นเพียง 15,900 บาท พร้อมรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย และสามารถเลือกเพิ่มความจุเป็น 512GB เมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 256GB หรือเลือกรับหูฟังไร้สาย กาแลคซี่ บัดส์ มูลค่า 4,990 บาทฟรีเมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต 10
เมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต ทุกรุ่นรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านซัมซุงแบรนด์ช็อป เว็ปไซต์ Samsung.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เท่านั้น รายละเอียดและเงื่อนไขโปรโมชั่น สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10/preorder
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
เตรียมพบกับวง Brit Rock ชั้นนําของโลก Snow Patrol เจ้าของเพลงในตำนานอย่าง Chasing Cars , Run ล่าสุดอัลบั้มของพวกเค้ายังได้ขึ้
วันเปิดขายบัตร : 15 พฤษภาคม 2562
ซื้อบัตรได้ที่ : www.ticketmelon.com/very/snowp
บัตรราคา : 2,400 บาท
วันแสดง : 27 สิงหาคม 2562
สถานที่ : Moonstar Studio 8
ประตูเปิด : 19:00 pm
เวลาแสดง : 21:00 pm
Singha Corporation Presents
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
Get Ready for One Of The World’s Leading Brit Rock Band Snow Patrol , Over the years they have have achieved 5 consecutives Top 3 UK album and huge international hits such as “Chasing Cars” , “Run” and You’re all I have”
Ticket On-Sales : 15th May 2019 , 10:00 AM
Buy Ticket At : www.ticketmelon.com/very/snowp
Ticket price : 2,400 Baht
Show Date : 27th Aug 2019
Venue : Moonstar Studio 8
Door Open : 19:00 pm
Show Time : 21:00 pm

‘ปาเจโร สปอร์ต ใหม่’ มากับความหรูหราชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีแถมทรงพลังยิ่งขึ้น!
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มาในรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับภายในห้องโดยสารให้ครบครันด้วยคุณภาพและความสบายเหนือระดับด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดและปิดด้วยสมาร์ทโฟน
ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยยอดจำหน่ายราว 77,000 คันทั่วโลกในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย โดย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ จะเปิดตัวเพื่อจำหน่ายในอีกกว่า 90 ประเทศ รวมถึง ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอื่นๆ
*ใช้ชื่อรุ่น มอนเทโร สปอร์ต ในบางประเทศ
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ผสานไว้ซึ่งความสะดวกสบายแบบรถซีดานและอรรถประโยชน์ด้านการใช้งาน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและวางใจได้ในความแกร่งทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นนี้
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด ‘ความสำเร็จที่เป็นคุณ’ จึงมีดีไซน์ภายนอกที่ทรงพลังและหรูหราประณีตยิ่งขึ้น พร้อมภายในคุณภาพสูงและสะดวกสบาย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการผจญภัย
ดีไซน์ด้านหน้าเน้นรูปลักษณ์ภายนอกที่โอ่อ่าสง่างามและทรงพลัง
เอกลักษณ์การดีไซน์ด้านหน้าแบบไดนามิกชิลด์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นและเน้นความกว้างขวางโอ่อ่าของด้านหน้ารถด้วยตำแหน่งไฟหน้าที่ทอดตัวต่อเนื่องจากกระจังหน้าพร้อมชุดไฟ Combination Lamps ติดตั้งที่มุมของกันชน กระโปรงหน้าที่สูงขึ้นกว่าเดิมช่วยเพิ่มมิติความลึกให้กับด้านหน้ารถ อีกทั้งการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโครเมียมที่มีดีไซน์แข็งแกร่งทรงพลังยังช่วยถ่ายทอดความประณีตหรูหราให้แก่รูปลักษณ์ภายนอก
อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่

- จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วที่ง่ายต่อการอ่าน พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA
- ระบบเปิดและปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยและระบบแฮนด์ฟรี
ระบบรีโมทคอนโทรลของ มิตซูบิชิ มอบความสะดวกสบายด้วยคำสั่งการทำงานต่างๆ ซึ่งจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ในกรณีที่เปิดประตูท้ายหรือไฟหน้าทิ้งไว้ อีกทั้งยังสามารถสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน โดยระบบจะส่งคำสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถอยู่ในระยะใกล้ตัวรถ และสามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS หรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ
ภายในห้องโดยสารเหนือระดับด้วยคุณภาพและความสบาย

- คอนโซลกลางและมือจับประตูแบบใหม่พร้อมด้วยวัสดุบุนุ่มพิเศษเพื่อยกระดับความสะดวกสบายและรูปลักษณ์ภายในที่ประณีตยิ่งขึ้น
- เพิ่มช่องเก็บของใต้คอนโซลซึ่งสะดวกต่อการใช้งานทั้งด้านผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมปรับปรุงการจัดวางตำแหน่งช่องจ่ายกระแสไฟและช่องต่ออุปกรณ์ USB ที่ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลังเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง
สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

- เครื่องยนต์ MIVEC เทอร์โบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะการขับเคลื่อนที่สะดวกสบาย
- เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้นด้วยระบบส่งสัญญาเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
- มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมจากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน
สี่ล้อ SUPER-SELECT 4WD-II ถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสมต่อการขับเคลื่อนไปบนทุกสภาพพื้นผิวถนนและสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมระบบควบคุมใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนสำหรับเส้นทางออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพภูมิประเทศ ฝ่าอุปสรรคได้อย่างเหนือชั้นด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เปี่ยมสมรรถนะ การปรับแต่งระบบส่งกำลังและระบบเบรก
*บลูทูธเป็นเครื่องหมายจดทะเบียนการค้าของบริษัท Bluetooth SIG Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การใช้งานโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้งาน

เปิดเผยครั้งแรกกับเพลงเอ็กซ์คลูซีฟของ ‘บอย โกสิยพงษ์’ ในแผ่นเสียง ‘Be My World’ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียง 500 แผ่นเท่านั้น!
และครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมาตอกย้ำความ JOY ขั้นสุด โดยร่วมกับ ‘บอย โกสิยพงษ์’ นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์แถวหน้าของไทย ในโปรเจ็คต์พิเศษในรูปแบบแผ่นเสียงกับอัลบั้ม ‘Be My World’ ที่จะมาพร้อม 10 บทเพลงพิเศษที่นอกจากจะมีเพลง Be My World ในสองเวอร์ชั่นแล้ว ยังรวมเพลงที่คุณบอยคัดสรรมาให้เป็นพิเศษอีกด้วย ทั้งเพลงฮิตติดท๊อปชาร์ต และเพลงเอ็กซ์คลูซีฟที่รับรองว่าไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
แผ่นเสียงอัลบั้ม ‘Be My World’ นี้สะท้อนภาพของ “การทำงานร่วมกันของโลกหลายใบที่ต่างเต็มไปด้วย
แรงบันดาลใจ ความสนุกสนาน และเรื่องราวให้ค้นหา” โดยความร่วมมือระหว่าง คุณบอย โกสิยพงษ์
กับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และแฟตแบล็กเรคคอร์ด (FatBlackRecord) ร้านขายแผ่นเสียงและผู้ผลิตแผ่นเสียงคุณภาพที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของไทย

คุณบอย โกสิยพงษ์ เล่าถึงความร่วมมือในโปรเจ็คต์ครั้งนี้ว่า
“จุดเริ่มต้นของแผ่นเสียงนี้เริ่มมาจากการได้พูดคุยกับบีเอ็มดับเบิลยูที่อยากทำเพลงพิเศษในรูปแบบแผ่นเสียง
ซึ่งไอเดียนี้กระตุ้นแพชชั่นส่วนตัว และทำให้นึกถึงสมัยก่อนที่เล่นแผ่นเสียงอยู่ เลยเข้ามาร่วมเลือกเพลงพิเศษอื่นๆ ในอัลบั้ม ซึ่งแต่ละเพลงก็มีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป ซึ่งเพลงที่ผมเลือกเหล่านี้ล้วนเป็นเพลงที่สะท้อน
ความเป็นโลกส่วนตัวของเรา ซึ่งทุกอย่างมันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันหมด ในโลกของตัวเรามีอะไรหลากหลาย มีทุกข์ มีสุข มีหัวเราะ มีเศร้า แต่ละเพลงมีความเป็น Be My World ที่ค่อนข้างเฉพาะตัวของมันเอง”
ด้านคุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เล่าว่า “ผมเชื่อว่าเรา ทุกคนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และต่างมีโลกของตัวเอง แต่ก็โคจรมาพบกันในโลกแห่งเสียงเพลงได้ ผ่านบทเพลงต่างๆ ในแผ่นเสียง Be My World นี้ ซึ่งบทเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มก็ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง หลังจากเปิดตัวไปในเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อได้รับเกียรติจากคุณบอย โกสิยพงษ์ เข้ามาร่วมเติมเต็มอัลบั้มนี้ยิ่งพิสูจน์ว่า ไม่ว่าโลกของคุณจะเป็นอย่างไร ก็มีส่วนที่คล้ายหรือเหมือนกับโลกของคนอื่น นั่นคือความ JOY หรือความสุข”

คุณตือ ศิวกร จารุพงศา และคุณออย จิตรพล แสนรุ่งเมือง ผู้ก่อตั้งแฟตแบล็คเรคคอร์ด เล่าถึงความร่วมมือ
ในทำแผ่นเสียงพิเศษ Be My World นี้ว่า “ความพิเศษของแผ่นเสียง Be My World คือ
การผสมผสานระหว่างเพลงใหม่ เวอร์ชั่นที่ไม่เคยอยู่ในอัลบั้ม และเพลงพิเศษที่เกิดจากการบันทึกเทป (master reel) ที่พี่บอยได้ร้องสด รวมทั้งเล่นดนตรีเองในรายการวิทยุเพื่อโปรโมทอัลบั้มแรกของพี่บอย
เมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยอัลบั้มนี้จะมีเพียง 500 แผ่นเท่านั้น ไม่มีการผลิตซ้ำ สีของแผ่นพร้อมซองใส่อัลบั้มยังได้รับการดีไซน์เฉพาะตัว โดยมี ต๊อด อารักษ์ อ่อนวิลัย หรือ ‘Sahred Toy’ (เสลดทอย) นักวาดภาพประกอบ
ผู้โด่งดังจากลายเส้นอันมีเอกลักษณ์สุดกวน และเป๋ง ชานนท์ ยอดหงษ์ อาร์ตไดเร็คเตอร์อิสระ ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบปกซีดีของศิลปินชื่อดังในเมืองไทยหลายวงและเป็นผู้ออกแบบคอนเสิร์ตดังๆ มาแล้วหลายเวที มาร่วมสร้างสรรค์”
“แผ่นเสียงนี้คือสิ่งที่สร้างความ JOY ให้กับทุกคน ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายของเราในการเป็นส่วนหนึ่งในโลก
ของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่รักและหลงใหลในเสียงดนตรี ถือเป็นคุณค่าเล็ก ๆ ที่เราสร้างจากแพชชั่นของเรา”
คุณเศรษฐิพงศ์กล่าวสรุป
อัลบั้มแผ่นเสียง ‘Be My World’ จะเปิดให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่เป็นสมาชิกโปรแกรมสิทธิประโยชน์ JOY หรือ The Ultimate JOY Experience ได้สั่งจองก่อนใครในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ ก่อนที่จะวางจำหน่ายให้บุคคลทั่วไปในเดือนกันยายน ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของ
แฟตแบล็คเรคคอร์ด (www.facebook.com/Fatblackrecordbkk)
ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอัลบั้มแผ่นเสียง ‘Be My World’ และโปรแกรม JOY ได้ที่ www.facebook.com/BMWUltimateJOY
Deep Tissue Massage Yoga เทคนิคคลายปวดสไตล์ ‘ป๊อป อารียา’
ไลฟสไตล์ของคนในปัจจุบันที่มีทั้งความเครียด เร่งรีบ และกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน การขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ไม่เหมาะสม แม้พักผ่อนอยู่บ้านสมองยังคงครุ่นคิดกับการอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเวลานอน การมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าสะสม โยคะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจอย่างเห็นผล และพัฒนาเป็นโยคะประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับจริตของผู้ปฏิบัติ
อารียา สิริโสดา ผู้หญิงเก่งที่สวมบทบาทมามากมาย ทั้ง อดีตนางสาวไทย อาจารย์ นางแบบ และนักแสดง ปัจจุบันเธอค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก เธอกำลังสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนที่ชื่นชอบโยคะ ณ ศาลาอารียาแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลตัวเองพร้อมทั้งแบ่งปันให้แก่คนอื่น โยคะช่วยให้เธอหลุดพ้นความทรมานจากโรคกระดูกสันหลังส่วนที่เชื่อมต่อกับต้นคอและไหล่ซ้ายคด ส่งผลให้หลังคดและสะโพกไม่ตรง ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบหมุนศรีษะไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนโยคะเพื่อบำบัดตัวเอง เรียนรู้จากโยคะกูรูประเทศต่างๆ และนำมาพัฒนาให้เป็นสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็น Deep Tissue Massage Yoga ที่ช่วยในการบำบัดร่างกายและคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
Deep Tissue Massage Yoga คือการผสมผสานระหว่างโยคะและการนวดกดจุด โยคะคือการหลอมรวมกาย จิต และวิญญาณ เข้าด้วยกันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ประสานลมหายใจเข้าออก ด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง การบริหารกายตามหลักโยคะนี้ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ วิธีดัดตนในท่าปกติหรือท่าโค้งงอ ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ยืดหยุ่นและผ่อนคลายจนเกิดความสมดุล ช่วยเสริมในส่วนที่ขาด ลดในส่วนที่เกินจนกระชับ ฝึกโยคะผสานกับการนวดกดจุดด้วยตัวเองโดยใช้ Yoga Massage Ball หรือลูกบอลนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ และยังช่วยฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย”
อารียา กล่าวว่า “โยคะ ไม่ใช่แค่เทรนการออกกำลังกาย แต่เป็นไลฟสไตล์ของเรา หัวใจของโยคะคือการกำหนดลมหายใจการควบคุมพลังชีวิตจากภายใน เป็นการผสานเอาร่างกาย จิตวิญญาณ และสมาธิเข้าด้วยกัน ทำให้เราละทิ้งความวุ่นวายและวัตถุภายนอก หันมาสังเกตตัวเอง การปฏิบัติโยคะทำให้เรามีวินัย ไม่เพียงแต่บำบัดร่างกายและช่วยบำบัดจิตใจ โยคะคือของขวัญที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์จากโรค เราได้เรียนรู้จากอาจารย์หลายๆท่าน ปฏิบัติและใช้รักษาตัวเองจนหาย และอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ”
การเตรียมตัวเหมือนการฝึกโยคะทั่วไป สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย อยู่ในที่สงบอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที สามารถฝึกบนเสื่อโยคะเพื่อความสะดวกสบายพร้อมอุปกรณ์สำคัญ Yoga Massage Ball บริหารกายตามท่าดัดตนต่างๆ เปิดร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับตำแหน่งของร่างกาย กดส่วนของร่างกายที่มีความปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อที่มีความแข็งตึงบนลูกบอลเป็นเวลานานพอ (ประมาณ 1 นาที) หรือจนกว่าอาการเจ็บจะหาย ออกแรงกดและคลึงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อแข็งเป็นปมจะทำให้ค่อยๆคลายตัว ใช้น้ำหนักตัวในการกำหนดแรงกดหนักเบา
เคล็ดลับการทำ Deep Tissue Massage Yoga ให้ได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวมจากการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ Tiger Balm Soft บรรเทาความปวดเมื่อยสูตรล่าสุดจาก ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender) นอกจากช่วยบรรเทาอาการเมื่อยและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์สมุนไพรที่สั่งสมภูมิปัญญาตะวันออกที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยเคล็ดลับการคัดสรรคุณภาพของสมุนไพรและส่วนประกอบให้ได้ตามมาตรฐานการสูตรตำรับสากล ด้วยสูตรเฉพาะจากส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้คัดอย่างพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ร่วมกับปริมาณของส่วนประกอบในสูตรตำรับที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ได้ผลการรักษาที่ดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือจึงเป็นที่ยอมรับและมีจำหน่ายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา
นอกจากคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ อื่นๆยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ท้องอืด และคันเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย คืนความสมดุลให้กับชีวิตยุคใหม่ และคืนความสมบูรณ์แก่ร่างกายและจิตใจ
‘Reverse Weaver & Rochester’ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก Champion ที่มาพร้อมความ Heritage Look ในแบบ Active Style!
เอาใจชาวคนรุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงที่มีไลฟ์สไตล์ของตนเอง ด้วยเสื้อผ้าชิ้นหลักที่มาในรูปแบบยูนิเซ็กส์ รสนิยมสุดเท่ก้าวพ้นกรอบจำกัดทางด้านเพศ ให้สนุกกับการมิกซ์ แอนด์ แมทช์ ค้นหาสไตล์ของตนเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด คอลเลคชั่น “Rochester” ถือเป็นตัวแทนของสไตล์ดั้งเดิมที่หยิบนำความวินเทจจากของใช้ในยุค 40’s – 60’s มาเป็นจุดเด่นที่แข็งแรง ตามชื่อคอลเลคชั่น “Rochester” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในรัฐ New York ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ Champion ในปี 1919
ด้วยสไตล์การ Cutting ที่ช่วยส่งเสริมความคล่องตัวในการสวมใส่และเพิ่มความกระฉับกระเฉง โดดเด่นด้วยการใช้สีแนวย้อนยุค เช่น สีเหลืองมัสตาร์ด สีเทา สีกรม และสีดำ มาพร้อมกับ Brand Tag รุ่นพิเศษเพื่อคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ
สำหรับคอลเลคชั่น “Reverse Weave” โดดเด่นด้วยคุณสมบัติของเนื้อผ้า Denim สไตล์การถักเย็บแบบแนวขวางโดยการถักย้อนกลับเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาเ รื่องการหดตัวของเนื้อผ้า เสริมความแข็งแรงและความคงทนตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานของคอกีฬ า โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปสามเหลี่ยมตรงคอเสื้อที่ช่วยเสริมด้านความทนทาน ปกป้องการยืดของเนื้อผ้าและช่วยซับเหงื่อได้ดียิ่งขึ้นในดีไซน์สไตล์คลาส สิคที่ครีเอทให้มีความทันสมัย
คอลเลคชั่นนี้จะมาในโทนสี Indigo ทั้งหมด ครีเอท Heritage Mood สไตล์คุณได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไปที่
- Champion Official Stores: ชั้น 1 ICONSIAM
- ชั้น 3 Atrium Zone Central World
- ชั้น L1 Fashion Zone Mega Bangna
- ชั้น 3 London Zone Terminal 21
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Champion Thailand และ Instagram : Champion Thailand
BASE สาขาอมรินทร์ รูปแบบปาร์ตี้ฟิตเนสพร้อมโชว์ผลลัพธ์หลังออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยีติดตามผลแบบใหม่!
BASE ฉลองเปิดตัวสาขาที่ 3 ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดงานเอาใจสายฟิตด้วยกิจกรรมออกกำลังกายสุดมันส์
จัดเต็มทั้งอาหารและความสนุก BASE สาขาอมรินทร์ เป็นสาขาน้องใหม่ล่าสุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่ตึกอมรินทร์ พลาซ่า ชั้น 2 โดยประกอบด้วย สตูดิโอเทรนนิ่งหลักขนาดใหญ่ สตูดิโอสำหรับการออกกำลังกายแบบส่วนตัว รวมถึงโซนสินค้า BASE X Adidas และบาร์น้ำผลไม้ปั่น
การออกกำลังกายรูปแบบคาร์ดิโอความเข้มข้นสูงและเวทเทรนนิ่งมีให้บริการในทุกสาขาของ BASE และสามารถทำได้ในทั้งรูปแบบกลุ่มและเดี่ยวกับโค้ช
รายละเอียดเพิ่มเติม: www.basebangkok.com
‘ASICS’ ประกาศเปิดตัวแบรนด์ แอมบาสเดอร์ใหม่ ‘KARD’ วงเคป๊อปชื่อดังจากเกาหลีใต้ (มีคลิป)
KARD จะเข้ามาเป็นผู้นำเสนอแคมเปญคัมแบ็คของรองเท้าสนีกเกอร์รุ่น GEL-BND จาก ASICS เพื่อเปิดตัวโมเดลใหม่ที่มาพร้อมสีสันอันโดดเด่นสะดุดตาในรูปทรงที่ก้าวล้ำนำสมัย โดยใช้ซิงเกิ้ลล่าสุดที่ชื่อ “Bomb Bomb” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปในวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นเพลงคิกออฟการเปิดตัวสนีกเกอร์รุ่น GEL-BND โดยเพลงนี้จะถูกใช้ในวิดีโอแรกของแคมเปญนี้ด้วย
ในฐานะวงเคป๊อปชื่อดังวงสำคัญของวงการดนตรีเกาหลี KARD ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของแฟชั่นการแต่งกายและนับว่าช่วยสร้างเทรนด์แฟชั่นและสไตล์ใหม่ ๆ ให้กับวงการ แฟน ๆ ของวงสามารถเติมความเท่ในแบบของ KARD ได้ด้วยการลองใส่รองเท้าสนีกเกอร์รุ่น GEL-BND คู่พิเศษคู่นี้
ASICS แนะนำรองเท้ารุ่นนี้ออกมาครั้งแรกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาด้วยจำนวนจำกัด และวันนี้ ASICS พร้อมแล้วที่จะนำรองเท้ารุ่นนี้กลับมานำเสนออีกครั้งใน 7 โมเดลใหม่หลากสีสัน โดย 2 ใน 7 โมเดลนี้จะเป็นโมเดลเอ็กซ์คลูซีฟที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ JD Sports ทำให้รวมกันแล้ว GEL-BND มีทั้งหมดถึง 11 โมเดลที่จะมีวางจำหน่ายในการกลับมาเปิดตัวสนีกเกอร์รุ่นนี้อีกครั้งในวันนี้
ASICS GEL-BND มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 2,700 บาท ที่ ASICS Store และทางเว็บไซต์ www.asics.com
‘VOLVO CAR THAILAND ROAD SAFETY’ ร่วมลดอุบัติเหตุตามแคมเปญรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน ณ จังหวัดระยอง

- จัดทำทางม้าลาย 3 จุด พร้อมเส้นชะลอความเร็วบนถนนเส้นหลักตามจุดยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุ
- วอลโว่บริจาคป้ายและเครื่องหมายจราจรเพื่อการขับขี่และการใช้ถนนอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้แก่ชุมชน
- แจกหมวกกันน็อกจำนวน 100 ใบแก่นักเรียน พร้อมจัดกิจกรรมการเพ้นท์หมวกกันน็อกเพื่อให้เด็ก ๆ ได้สร้างสรรค์หมวกกันน็อกในรูปแบบที่ตนชื่นชอบ
- มอบเสื้อจราจรสะท้อนแสง Safety Vest ให้แก่นักเรียนเพื่อสวมป้องกัน อุบัติเหตุในการเดินทางบนท้องถนน
- จัดโปรแกรมข่าวสารบันเทิง (อินโฟเทนเมนท์) เพื่อมอบองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนแก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ อาท
- ความปลอดภัยจากสัญญาณไฟจราจร การดูป้ายสัญญาณจราจร และวิธีการข้ามทางม้าลายอย่างปลอดภัย
- วอลโว่จะสร้างสนามเด็กเล่นและเชิญคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้จำหน่าย ลูกค้าของวอลโว่ สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ มาทำกิจกรรมกับเด็กนักรียนแล
- ช่วยกันทาสีสนามเด็กเล่น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการร่วมแรงร่วมใจและความมุ่งมั่นเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกัน
ปี 2019 นี้ถือเป็นปีที่ครบรอบ 60 ปีของการนำเสนอนวัตกรรมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ซึ่งวอลโว่นำเสนอครั้งแรกในปี ค.ศ. 1959 นวัตกรรมนี้ได้ถูกแบ่งปันแก่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นเพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถยนต์ และป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนในภาพรวม ซึ่งนวัตกรรมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดได้ช่วยปกป้องชีวิตของผู้คนมาแล้วมากกว่าล้านคนทั่วโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ. 1927 แบรนด์วอลโว่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยบนท้องถนน มิใช่จากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์ของวอลโว่เท่านั้น หากยังมีการแบ่งปันองค์ความรู้แก่ผู้ผลิตรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถยนต์
จังหวัดระยองมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 4,719 ครั้งและมีผู้เสียชีวิตจำนวน 236 คน โดยเป็นอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ 4,660 ครั้ง ซึ่งทำให้224 ครอบครัวต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ส่วนอุบัติเหตุจากรถยนต์มี 59 ครั้งในปีที่ผ่านมา และทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน ซึ่งพื้นที่ที่เราเข้าไปจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของจังหวัดระยอง
การให้การศึกษา และมอบอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงป้ายสัญญาณจราจร การจัดทำทางม้าลาย และการมอบหมวกกันน็อกจำนวน 100 ใบแก่ผู้ที่ขับขี่จักรยานยนต์ในชีวิตประจำ จะสามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างได้ผล
เมื่อปีที่ผ่านมา การดำเนินงานขั้นแรกในแคมเปญรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนของวอลโว่ คือการบริจาคเสื้อนิรภัยคุณภาพสูงจำนวน 10,000 ตัวให้แก่โรงเรียนมีชัยพัฒนาในเครือมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ โดยโรงเรียนมีชัยพัฒนาได้นำเสื้อนิรภัยนี้ไปแบ่งปันแก่โรงเรียรัฐบาลในพื้นที่ห่างไกลอีก 158 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง” หรือ “School-Based Integrated Rural Development Project (School-BIRD)” เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับเด็กนักเรียนและครอบครัว โดยโรงเรียนวัดเกาะเป็นสถาบันการศึกษาอีกแห่งหนึ่งในเครือมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานขั้นแรกนี้
ซึ่งในครั้งนี้ สื่อมวลชนกว่า 30 ท่านได้ร่วมเดินทางไปกับรถยนต์วอลโว่รุ่น XC40, XC60, XC90 และ S90 ในทริปการเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ – ระยอง ซึ่งนับเป็นโอกาสดีในการนำเสนอนวัตกรรมความปลอดภัย IntelliSafe และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ซึ่งติดตั้งเป็นฟีเจอร์มาตรฐานในรถยนต์วอลโว่ มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงในรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่เหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วอลโว่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยในการลดอุบัติเหตุ และมุ่งสู่วิสัยทัศน์ปี ค.ศ. 2020 ของแบรนด์ที่กล่าวว่า ต้องไม่มีใครเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสในรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่นับจากปี 2020
IntelliSafe คืออุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานในรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่ทุกรุ่น โดยเป็นชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะที่ทำงานประสานกันเพื่อสร้างความสะดวกสบายในทุกสภาวะการขับขี่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากในการควบคุมและเพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่ตลอดเส้นทาง
เทคโนโลยี IntelliSafe ประกอบด้วยฟีเจอร์การทำงานดังนี้
- City Safety ช่วยปกป้องผู้คนภายในและภายนอกรถยนต์ด้วยการตรวจจับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและช่วยให้ผู้ขับสามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยระบบ City Safety จะใช้เทคโนโลยีเรดาร์และกล้องเพื่อระบุยานพาหนะ ผู้ปั่นจักรยาน คนเดินถนน และสัตว์ใหญ่ต่าง ๆ โดยทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และยังเตือนผู้ขับหากตรวจพบว่ากำลังจะเกิดการชนปะทะ หากผู้ขับไม่มีการตอบสนองที่ทันเวลา ระบบจะช่วยหยุดรถโดยอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชนปะทะ
- Pilot Assist ถูกออกแบบเพื่อช่วยเหลือการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดโดยทำงานประสานกับฟีเจอร์อื่น ๆ เพื่อให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถยนต์ได้ตลอดเวลา ระบบจะช่วยลดความตึงเครียดของผู้ขับในสถานการณ์ที่น่าเบื่อหน่ายและเพิ่มระดับความปลอดภัยมากขึ้น โดยจะรักษาระดับความเร็วและระยะห่าง พร้อมกำหนดตำแหน่งให้ขับขี่อยู่ในช่องทางเดินรถอย่างเที่ยงตรงและสม่ำเสมอ
- Oncoming Lane Mitigation ช่วยให้ผู้ขับสามารถหลีกเลี่ยงการชนปะทะกับยานพาหนะคันอื่นที่แล่นสวนทางมา ระบบจะทำการเตือนผู้ขับเมื่อขับขี่ออกนอกช่องทางโดยไม่เจตนาและจะช่วยหมุนพวงมาลัยกลับโดยอัตโนมัติเพื่อนำรถกลับเข้าช่องทางของตนเองและหลีกเลี่ยงรถยนต์ที่แล่นสวนทางมา (ทำงานที่ระดับความเร็ว 60-140 กม./ชม.)
- Blind Spot Information System ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ทราบถึงตำแหน่งของรถยนต์ตัวเองในจุดบอดต่าง ๆ โดยได้รับการอัพเดตเพิ่มฟีเจอร์การช่วยหมุนพวงมาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนปะทะกับรถยนต์คันอื่น ๆ ในตำแหน่งจุดบอด โดยการหมุนพวงมาลัยกลับเข้าช่องเดินรถของตนเองให้ออกห่างจากอันตราย


