รอยัล เอนฟิลด์ ชวนสาวๆ เรียนรู้เทคนิคเสริมความมั่นใจพร้อมถ่ายภาพให้ปังในกิจกรรม “Girl’s Day Out: ผู้หญิงก็ซิ่งได้ ปี 3”

รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกขนาดกลางระดับโลก จัดกิจกรรม “Girl’s Day Out: ผู้หญิงก็ซิ่งได้” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เชิญชวนเหล่าไบค์เกอร์สาวที่หลงใหลเสน่ห์การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ มาเรียนรู้เทคนิคและการเตรียมตัวเบื้องต้นสำหรับออกทริปท่องเที่ยวแบบมือใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัย สะท้อนความมุ่งมั่นของรอยัล เอนฟิลด์ในการมอบ “ประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แท้จริง” แก่ผู้ขับขี่โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิงโดยมีคุณแอนนี่-ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล ไบค์เกอร์สาวสวยสุดเซ็กซี่ เจ้าของฉายานางฟ้าแห่งวงการบิ๊กไบค์ และคุณนก-นพวรรณ ลี้เจริญพงศ์ ไบค์เกอร์สาวมาดเซอร์เจ้าของเพจ Foo Friday มาร่วมแชร์ประสบการณ์สุดมันส์จากการร่วมทริปขับขี่บนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัยกับรอยัล เอนฟิลด์ พร้อมแนะนำเทคนิคและการเตรียมตัวในการขับขี่ทางไกลสำหรับสาวๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความมั่นใจให้สาวๆ ทุกคนกล้าออกทริปเดินทางขับขี่

นอกจากนั้นในกิจกรรม “Girl’s Day Out: ผู้หญิงก็ซิ่งได้” ยังมีเวิร์คช็อป “เทคนิคการถ่ายรูปกับบิ๊กไบค์” โดยคุณมด-มนัญญา ไชยนันทน์ ช่างภาพสาวมากฝีมือ เพื่อให้สาวๆ ได้ถ่ายภาพระหว่างออกทริปคู่กับบิ๊กไบค์คู่ใจได้อย่างมืออาชีพ กิจกรรม “Girl’s Day Out: ผู้หญิงก็ซิ่งได้ ปี 3” ได้รับเกียรติจากสาวๆ เจ้าของรอยัล เอนฟิลด์ กลุ่มคอมมูนิตี้รถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 20 ชีวิต ในช่วงแรกเป็นการเรียนรู้เทคนิคและการเตรียมตัวในการขับขี่ทางไกล ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาทำความเข้าใจเส้นทาง การจัดเตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย การตรวจสอบสภาพรถ รวมถึงการเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ จากนั้นจึงเข้าสู่การเรียนเทคนิคเบื้องต้นในการขับขี่ทางไกล ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวให้พร้อม เทคนิคการใช้ความเร็ว การขับขี่บนเส้นทางลูกรัง ทราย โคลน รวมไปถึงการขับขึ้น-ลงเขา และที่สำคัญคือการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งถือเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์กับนักขับขี่ทุกท่านนำไปปรับใช้ได้จริง

สำหรับสาวคนไหนอยากลองออกทริปขับขี่ท่องเที่ยวทางไกลครั้งแรกในแบบ “ผู้หญิงก็ซิ่งได้” แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร คุณแอนนี่-ปริศนา และคุณนก-นพวรรณ มีคำแนะนำสำหรับสาวๆ ทุกคนดังนี้

  1. ศึกษาเส้นทางให้เข้าใจ เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าอยากจะสัมผัสการออกทริปสักครั้ง อันดับแรกต้องศึกษาเส้นทางของจุดหมายที่จะไปให้เข้าใจ เพื่อป้องกันการหลงระหว่างขับขี่ ช่วยลดความตื่นตระหนกเมื่อต้องเจอกับเส้นทางที่ลำบาก นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและการเดินทางอย่างราบรื่น
  2. จัดกระเป๋าเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม จัดเตรียมเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวให้พร้อมและยาประจำตัวให้พร้อม โดยเลือกเฉพาะของที่จำเป็นเพื่อไม่เป็นภาระระหว่างการขับขี่ ที่ขาดไม่ได้คือชุดอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่ต่างๆ และต้องสวมใส่เสมอเมื่อขับขี่ไม่ว่าจะระยะใกล้หรือไกล ซึ่งอุปกรณ์ป้องกันเบื้องต้นที่สาวๆ ควรมีคือ หมวกกันน็อค ถุงมือ รองเท้าหุ้มส้น แจ็คเก็ต และกางเกงขายาว
  3. ตรวจสอบสภาพรถมอเตอร์ไซค์ให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินทางต้องตรวจสอบสภาพรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจให้เรียบร้อย  ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำมันเครื่อง ระบบเบรก ยาง รวมถึงระบบไฟต่างๆ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย
    ไร้กังวล แม้จะขับเป็นประจำทุกวัน ก็ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะหากรถเกิดปัญหากลางทาง จะทำให้ทริปหมดสนุกแน่นอน
  4. เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการเดินทาง สำหรับทริปขับขี่ทางไกล นอกจากความพร้อมด้านจิตใจแล้ว ความพร้อมด้านร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อเติมความสดชื่นให้ร่างกาย
  5. เรียนรู้เทคนิคและทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง การขับขี่บนเส้นทางที่เราไม่คุ้ยเคยต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและเรียนรู้การใช้ความเร็วที่เหมาะสม รวมถึงรู้เทคนิคการขับขี่บนเส้นทางยากๆ เช่น ถนนลูกรัง ทราย โคลน รวมทั้งการขับขึ้น-ลงเขา ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฏจราจร หากไม่มั่นใจในทักษะการขับขี่สามารถติดต่อเรียนคอร์สกับผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งรอยัล เอนฟิลด์ เองก็มีคอร์สสอนการขับขี่ให้ลูกค้าเช่นกัน
  6. เตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉินอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อเกิดเหตุขัดข้องให้ลดความเร็วลงเพื่อมองหาจุดจอดเทียบที่ปลอดภัยและขอความช่วยเหลือจากหน่วยบริการฉุกเฉิน ควรบันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกเดินทางเสมอ

เมื่อจบการเรียนรู้เทคนิคในช่วงแรกแล้ว ก็ถึงเวลาที่ไบค์เกอร์สาวทั้งหลายได้ร่วมขับขี่ไปยังร้านอาหารวัน ออฟ อะ คายด์ เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่กัน ซึ่งสาวๆ ไบค์เกอร์ที่มาร่วมกิจกรรม Girl’s Day Out ครั้งนี้ ได้มีโอกาสขับขี่รอยัล เอนฟิลด์ ทวิน ใหม่ ทั้งสองรุ่นที่มีบุคลิกแตกต่างบนพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน ได้แก่ รถสไตล์คาเฟ่ เรซเซอร์ คอนติเนนทัล จีที 650 (Continental GT 650)และรถสไตล์โรดสเตอร์ อินเตอร์เซปเตอร์ 650 (Interceptor 650) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์สองสูบคู่ขนาด 650 ซีซี 47 แรงม้า รุ่นใหม่ล่าสุดจากรอยัล เอนฟิลด์ โดยร่วมกันขับขี่เป็นระยะทางสั้นๆ ไป-กลับจากรอยัล เอนฟิลด์ สโตร์ ทองหล่อ ตัดผ่านซอยเอกมัย ก่อนเข้าเส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา และกลับรถ มุ่งตรงและเลี้ยวไปยังถนนพระราม 9 แวะพักรับประทานอาหารกลางวันและร่วมเวิร์คช็อปถ่ายภาพ รวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร โดยสาวๆ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจทั้งในสมรรถนะซึ่งพละกำลังเครื่องยนต์ที่แรงบิดมาตั้งแต่รอบต่ำ และรูปลักษณ์สวยคลาสสิกของรอยัล เอนฟิลด์ ทวิน ทั้งสองรุ่นหลังจากประทับใจกับรอยัล เอนฟิลด์ ทวิน ทั้งสองรุ่นและอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารเที่ยงแล้ว ก็เข้าสู่กิจกรรมช่วงสุดท้ายที่สาวๆ ตั้งตารอ กับ เวิร์คช็อป “เทคนิคการถ่ายรูปกับบิ๊กไบค์” โดยคุณมด-มนัญญา ไชยนันทน์ ช่างภาพสาวมากฝีมือ อดีตช่างภาพประจำนิตยสาร IMAGE ที่มาสอนเทคนิคการถ่ายรูปกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจให้สวยปังแบบมืออาชีพ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ แสง มุมมอง องค์ประกอบศิลป์ และการโพสต์ท่าให้สวยดูดี หลังจากนั้น สาวๆ ก็ได้ปฏิบัติจริง โดยมีคุณมดคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ถูกใจสาวๆ ยุคโซเชียลที่ชอบเซลฟี่ถ่ายรูปกับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเป็นอย่างมาก

หากสาวๆ เตรียมตัวพร้อมก่อนออกทริปทางไกลแล้ว รวมถึงรู้เทคนิคการถ่ายภาพขั้นเทพไว้อวดเพื่อนๆ ในโซเชียล มีเดียแล้ว รับรองว่าทริปท่องเที่ยวทางไกลครั้งแรกของคุณจะสนุก ราบรื่น ปลอดภัย ประทับใจ และมีภาพสวยจนลืมไม่ลงแน่นอน อย่ารอช้า ออกไปซิ่งกันเลย!


แว่นท็อปเจริญ จัดงาน “Ray-Ban Exclusive Launch” เปิดตัวแว่นเรย์แบน ลิมิเต็ดดีไซน์ มีขายเฉพาะที่ร้านแว่นท็อปเจริญเท่านั้น

แว่นท็อปเจริญ ตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์เรย์แบนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดเต็มมอบความพิเศษเอาใจสายลิมิเต็ด จัดงาน “Ray-Ban Exclusive Launch” เปิดตัวแว่นแฟชั่น “Ray-Ban Blue Polarized Lens Exclusive for Top Charoen” ดีไซน์สุดล้ำไม่ซ้ำใคร โดยมีจำหน่ายเฉพาะที่ร้านแว่นท็อปเจริญเท่านั้น  โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2562 นี้   ร้านแว่นท็อปเจริญ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับแว่นRay-Ban Blue Polarized Lens Exclusive for Top Charoen” ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายที่ร้านแว่นท็อปเจริญโดยเฉพาะนี้ เป็นแว่นทรงกลม (Ray-Ban Round Double Bridge RB3647N) และแว่นทรงรี (Ray-Ban Oval Double Bridge RB3847N ) ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม สวมใส่เข้าได้กับทุกรูปทรงหน้า เพิ่มความเท่ด้วยดีไซน์ดับเบิ้ลบริดจ์ ผสานกับเลนส์โพลาไรซ์สีพิเศษ เอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ร้านแว่นท็อปเจริญเท่านั้น  


ROCKETMAN ภาพยนต์ที่เปร่งประกายที่สุดในปี 2019 จากสวารอฟสกี้ 1,000,000 ชิ้น!

สวารอฟสกี้ประกาศความร่วมมือกับนักออกแบบเสื้อผ้า จูเลียน เดย์ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA หลังมอบประกายเจิดจริสให้แก่ฉากสำคัญใน Rocketman ภาพยนตร์มิวสิคัลแฟนตาซีเรื่องใหม่จากค่าย พาราเมาต์พิกเจอส์ซึ่งสร้างโดยอิงจากเรื่องราวชีวิตจริงของ เอลตัน จอห์น โดย จูเลี่ยน เดย์ ได้ใช้คริสตัลของสวารอฟสกี้รวมมากกว่าหนึ่งล้านชิ้นในการออกแบบและสร้างความเปล่งประกายสุดอลังการให้กับ Sir Elton John ในภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนต์เรื่อง Rocketman กำกับการแสดงโดย เดกซ์เตอร์ เฟลตเชอร์ ที่นำเสนอเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งของ เอลตัน จอห์น ตั้งแต่สมัยตอนเป็นนักเรียนอัจฉริยะจนกระทั่งกลายมาเป็นนักร้องนักดนตรีป๊อปร็อคผู้โด่งดัง รับบทโดย ทารอน เอเจอร์ตัน พร้อมฉากแสดงการขับร้องเพลงฮิตตลอดกาลขณะสวมชุดสุดพิเศษที่ออกแบบโดย จูเลี่ยน เดย์ ในการถ่ายทอดเรื่องราวจุดต่ำสุดจนมาถึงจุดสูงสุดของซุปเปอร์สตาร์ผู้โด่งดัง โดย เอลตัน จอห์น เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จากค่าย MARV, Rocket Pictures และ New Republic Pictures ด้วยตนเอง ฝ่ายการผลิตได้แก่ Matthew Vaughn, David Furnish, Adam Bohling และ David Reid และนอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง Rocketman ยังมีนักแสดงชั้นนำ อาทิเช่น ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด, เจมี่ เบลล์ และ ริชาร์ด แมดเดน ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้อีกด้วยจูเลี่ยน เดย๋ ได้ร่วมมือกับ สวารอฟสกี้ อย่างเป็นทางการในภาพยนต์ Rocketman เพื่อออกแบบเครื่องแต่งกายกว่า 64 ชุด ให้สำหรับตัวละครของ เอลตัน จอห์น พร้อมคริสตัลจำนวนกว่าหนึ่งล้านชิ้นประดับประดาบนเสื้อผ้ารวมถึงเครื่องประดับต่างๆ เพื่อนำเสนอฉากพิเศษของ เอลตัน จอห์น ในเรื่อง Rocketman

สำหรับเสื้อผ้าที่ประดับด้วยคริสตัลของ Elton จะมีทั้งหมด 4 ชุด ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากตู้เสื้อผ้าสีสันอันสดใสของ เอลตัน จอห์น:

ชุด Dodgers ชุดเบสบอลที่ประดับด้วยคริสตัลเต็มทั้งชุด ถือว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่โดดเด่นของ เอลตัน จอห์น โดยใส่แสดงในคอนเสิร์ต Dodger Stadium ในลอสแอนเจลิส (Los Angeles) เมื่อปี ค.ศ. 1975 ซึ่ง ทารอน เอเจอร์ตัน ได้สวมชุด Dodgers ที่ถูกออกแบบอย่างเปล่งประกายงดงามในภาพยนตร์ ซึ่งผลิตขึ้นโดยใช้คริสตัล สวารอฟสกี้กว่า 140,000 ชิ้นเพื่อเพิ่มความเจิดจรัสยิ่งกว่าชุดต้นแบบ

  • ชุด Devil สุดเร้าใจได้รับการออกแบบเพื่อใช้แสดงในช่วงที่ เอลตัน จอห์น รู้สึกไม่เป็นที่รัก ดังนั้น จูเลี่ยน เดย์ จึงตั้งใจออกแบบชุดนี้เพื่อสื่อให้ เอลตัน จอห์น รู้สึกถูกโอบล้อมไปด้วยความรักในรูปแบบของชุดจั๊มสูทสีแดงเพลิงที่มีปีกรูปหัวใจ ชุดนี้ประดับประดาด้วยเปลวไฟคริสตัล ผ้าโพกศีรษะและแว่นกันแดดที่ล้วนเปล่งประกายด้วยคริสตัล สวารอฟสกี้กว่า 60,000 ชิ้น
  • ชุด Yellow Brick Road เป็นชุดเสื้อผ้าช่วงที่อัลบั้มของ เอลตัน จอห์น เป็นที่โปรดปราน ซึ่งชุดได้ถูกออกแบบพร้อมรายละเอียดที่ถ่ายทอดจากตัวละครเรื่อง พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ (The Wizard of Oz ) ประกอบไปด้วย ชุดสูทสีน้ำเงินมีปกคริสตัลสีแดง รองเท้าแตะทับทิมคริสตัลเป็นสัญลักษณ์ของโดโรธี (Dorothy) เสื้อคลุมขนสัตว์ เสื้อสีเงินและหมวกฟางบ่งบอกถึงลักษณะของเพื่อนแต่ละคน อาทิ: สิงโต, มนุษย์กระป๋อง และหุ่นไล่กา (ตัวละครในเรื่อง The Wizard of Oz)
  • ชุด Elizabet สุดอลังการ ประดับด้วยคริสตัลและตกแต่งจากไข่มุกสวารอฟสกี้ได้ถูกนำมาสวมใส่ในการแสดงบนเวทีขณะบรรเลงเพลงด้วยความหลงใหลในฐานะราชาแห่งดนตรีร็อค เครื่องแต่งศีรษะในโชว์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวารอฟสกี้แบบต้นฉบับของ เฮดี ลามารร์ ในภาพยนตร์ เรื่อง Ziegfeld Girls ปี ค.ศ. 1941

จูเลี่ยน เดย์ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมออกแบบของสวารอฟสกี้ เพื่อสร้างคริสตัลลักษณะพิเศษมากกว่า 750 ชิ้น ประดับลงบนชุดเพื่อเน้นให้โดดเด่น พร้อมด้วยแพทช์ติดเสื้อส่วนตัวอีก 91 ชิ้นของ เอลตัน จอห์น รวมไปถึงการออกแบบชุดจั๊มสูทสีแดงพร้อมแพทช์ติดเสื้อตัวอักษร ‘Elton John’ ที่ประดับยาวไปถึงด้านหลังเพื่อใช้สำหรับฉากการแสดงในปี ค.ศ.1970 ที่ Troubadour ในลอสแอนเจลิส (Los Angeles) – ช่วงเวลาสำคัญเมื่อเขากลายมาเป็น เอลตัน จอห์น ที่พวกเรารู้จักและชื่นชอบ

สำหรับขั้นสุดท้าย จูเลี่ยน เดย์ ได้ประดับประดาคริสตัลสวารอฟสกี้ลงบนแว่นตา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ เอลตัน จอห์น เช่นเดียวกับ รองเท้า เครื่องประดับและจิวเวลรี่ เพื่อเพิ่มความสง่าตามฉบับราชาแห่งดนตรีร็อค ก่อนหน้านี้ทางสวารอฟสกี้ และ จูเลี่ยน เดย์ ยังเคยจับมือร่วมกันออกแบบชุดให้กับภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody เมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วย

จูเลี่ยน เดย์ กล่าวว่า “ฉันได้ใช้คริสตัลสวารอฟสกี้สำหรับการทำเครื่องแต่งกายให้กับภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่องและมันถือเป็นส่วนสำคัญในการแสดงออกทางการแสดงเลยทีเดียว คริสตัลของสวารอฟสกี้เข้ามามีส่วนในการทำให้ชุดเหล่านี้เปล่งประกายอยู่บนเรือนร่างของนักแสดงขึ้นไปอีก อาจจะพูดได้ว่าถ้าการออกแบบของฉันอยู่ที่ 110% คริสตัลของสวารอฟสกี้ จะยกระดับให้ชุดถึง 150% เลยทีเดียว หากส่วนไหนของภาพยนตร์ที่เราสามารถใส่คริสตัลได้เราก็จะใส่ไว้ ซึ่ง สวารอฟสกี้ และ Rocketman ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่สมบูรณ์แบบของฉัน”


‘เบส’ ร่วมกับ ‘วีบาร์’ สร้างประสบการณ์การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ผสาน คาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง รวมถึงบาร์ เข้าไว้ด้วยกัน

วีบาร์ เบสและคลาสพาส จับมือกันเพื่อมอบประสบการณ์การออกกำลังกายรูปแบบใหม่อย่าง คลาส 90 นาทีที่ผสมผสานการออกกำลังกายแบบบาร์ คาร์ดิโอความเข้มข้นสูงและการยืดคลายกล้ามเนื้อ เข้าด้วยกัน อีเวนท์ครั้งนี้จัดขึ้นใจกลางย่านสุขุมวิทที่สตูดิโอเบส สาขาทองหล่อ กิจกรรมในครั้งนี้ มีคนฟิตรักสุขภาพกว่า 80 ท่านเข้าร่วมและให้การตอบรับเป็นอย่างดี และทุกคน ต่างก็ชื่นชอบและให้การตอบรับว่ากิจกรรมนี้เป็นการผสมผสานความแตกต่างที่ลงตัว ที่ทั้งเหนื่อยและทั้งสนุกตลอดจนจบคลาส

เบสผสมผสานคอนเซปต์เฉพาะตัวอย่าง คาร์ดิโอความเข้มข้นสูงและเวทเทรนนิ่งเข้าด้วยกันกับการออกกำลังกายด้วยเทคนิคจากบัลเล่ต์และโยคะที่เป็นจุดเด่นของวีบาร์ ด้วยชื่อเสียงทั้งฟิตเนสชั้นนำในกรุงเทพและสิงคโปร์ เบสและวีบาร์จึงจับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ฟิตเนสคุณภาพเทียบเท่าระดับสากลขึ้นในเอเชีย

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-160-6065 หรือเข้าชมที่เว็บไซต์ www.basebangkok.com/gymoftheyear


PUMA X MICHAEL LAU “SAMPLE SUEDE”

ชื่อของ Michael Lau เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเจ้าพ่อของเล่น Art Toy คนหนึ่งซึ่งมีระดับตำนานมามากมายไม่ว่าจะเป็น ‘Gardner’ ซีรี่ยส์หุ่น Figure ที่นำ Street culture มาเป็นแรงบันดาลใจ ผลิตติดต่อกันเป็น 10 ปีจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก หรือแม้กระทั้งการร่วมงานกับ Nike SB กับ Dunk Low “Wooden” ก็ส่งชื่อของศิลปินชาวฮ่องกงคนนี้ให้ติดอยู่ในรองเท้าที่หายากและแพงที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก วันนี้ Michael Lau กลับมากับมีผลงานสนีกเกอร์รุ่นใหม่หลังจากห่างหายไปนาน แต่เป็นการกลับที่ไม่ธรรมดาเพราะเป็นผลงานที่ผลิตจำนวนจำกัดเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Puma Suede

ในปี 2018 ตำนานแห่งรองเท้ากีฬาจากปี 1968 อย่าง Puma Suede จะครบรอบอายุ 50 ปีพอดี จึงเป็นโอกาสดีที่ Puma จะทำอะไรพิเศษๆ ออกมา โดยในการร่วมงานครั้งนี้ Michael Lau หยิบไอเดียวของรองเท้า “Sample” หรือ “รองเท้าตัวอย่าง” ก่อนผลิตจริง มันจะมีความไม่สมบูรณ์เหมือนยังไม่เสร็จ หรือมีการทดลองการออกแบบต่างๆ ซึ่งรองเท้าตัวอย่างเหล่านี้มักจะพิมพ์คำว่า “Sample Not For Sale” เพื่อไม่ให้สินค้าตัวอย่างออกไปปะปนกับสินค้าที่ผลิตขายจริง แต่ในวงการสนีกเกอร์รู้ดีว่าหากรองเท้า “Sample” เหล่านี้หลุดออกมาจากห้องของนักออกแบบเมื่อไหร่มันจะกลายเป็นของมีค่าหายากระดับ Ultra Rare ซึ่ง Michael Lau เองก็ชอบที่จะเล่นกับความหายากนี้โดยการเอางานที่เป็น “Sample” มาประมูลหรือทำเป็นรุ่นพิเศษให้คนตามหา

‘Sample Suede’ จะมาในทรงคลาสสิกแบบ Suede ที่ทุกคนชื่นชอบ เลือกใช้วัสดุเป็นหนังกลับระดับ Premium ในโทนสีเทา ซึ่ง Michael Lau จะตัดสลับคู่สีให้ 2 ข้างไม่เหมือนกัน มันจะดูคล้ายๆ แต่ถ้าดูดีๆ จะมีการวางสีเทาเช้มและอ่อนที่ไม่เหมือนกันเป็นลุกเล่นที่เจ๋งมากตัวดีเทลของรองเท้าทำออกมาได้พิเศษตามชื่นชั้นของ Michael Lau ไม่ว่าจะเป็นการตัดขอบหนังให้เป็นฟันปลายแบบย้อนยุค การออกแบบป้านลิ้นรองเท้าใหม่เป็นโลโก้ภาษจีน ข้างขวาเขียนว่า “Sam” ขางซ้ายเขียนว่า “Ple” ซึ่งเป็นไอเดียที่ Michael Lau นำไปออกแบบเป็นตัวคาแรคเตอร์ประจำรองเท้ารุ่นนี้

มุมด้านข้างของรองเท้าจะระบุเลข “50” พร้อมข้อความว่า “Sample Not For You, Only For Me” ล้อเลียนเหล่ารองเท้าตัวอย่างที่เป็นของหายาก พื้นด้านในจะบุด้วยวัสดุหนังให้สัมผัสหรูหราใส่ข้อความต่างๆ จากการร่วมงานครั้งนี้ ปิดท้ายด้วยความดีของกล่องรองเท้าที่ผลิตมาพิเศษเป็นลายตัวคาแรคเตอร์ “Sam-Ple” ในคู่สีโทนเดียวกับรองเท้า

เป็นการออกแบบที่แหวกแนวทีเดียว แต่ถ้าใครชอบความเจ๋งๆ ของวงการสนีกเกอร์ยุคก่อนคงถูกใจกับแนวคิด การออกแบบ หรือลายละเอียดที่ลึกซึ้ง ยิ่งมาในการผลิตจำนวนจำกัดแล้วด้วยยิ่งไม่เพิ่มคุณค่าจนไม่ต้องอาศัยกระแสใดๆ


เปิดวาป! ‘ยูนิคุ’ นักสู้สาวชาวออสซี่​ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา

อัลมา ยูนิคุ เตรียมประเดิมไฟต์แรกของตัวเองบนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ONE Championship ด้วยการพบกับหนึ่งในนักมวยไทยหญิงที่เก่งที่สุด ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ณ เป่าซาน อารีน่า นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนโดยกำปั้นสาวหน้าสวยจากออสเตรเลียจะได้ดวลกับ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เจ้าของแชมป์ ONE สองประเภท (คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง) ในฐานะคู่เอกของศึก ONE: LEGENDARY QUEST ซึ่งไฟต์นี้มีเข็มขัดแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิงเป็นเดิมพัน

เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงสองสัปดาห์เท่านั้น ทำให้ยูนิคุอดไม่ได้ที่จะมองย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเธอ ก่อนจะก้าวมาถึงจุดปัจจุบันที่จะได้ขึ้นเวทีที่ยิ่งใหญ่และไฟต์ที่สำคัญที่สุดในอาชีพ

“ตอนเริ่มซ้อมนั้นฉันเพิ่ง 8 ขวบ พอ 9 ขวบก็ได้ขึ้นเวทีครั้งแรก นับถึงตอนนี้ฉันต่อยมวยไทยมาเกือบ 10 ปีแล้ว” ยูนิคุกล่าว

“เพื่อนบ้านเป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จักมวยไทย จากนั้นมาฉันก็ขาดมันไม่ได้เลย ฉันติดตามผลงานของบัวขาวและแสนชัย สไตล์การชก, พลังอาวุธ และเทคนิคของพวกเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ฉันตัดสินใจเข้าสู่วงการมวยไทยอาชีพ ตอนเป็นวัยรุ่นฉันก็เริ่มเอาชนะคนที่แก่กว่าได้แล้ว”

หลังจากคว้าแชมป์มวยไทย WBC ของออสเตรเลีย และรายการ IPCC ยูนิคุคิดว่าด้วยดีกรีนี้จะช่วยให้ทุกคนรู้จักและยอมรับว่าเธอคือกำปั้นมวยไทยหญิงที่มีฝีมือคนนึง

อย่างไรก็ดี แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอต้องแข่งขันด้วยนวม 4 ออนซ์ แต่เธอเชื่อว่านั่นไม่ใช่ปัญหาในการรีดฟอร์มเก่งของเธอ แถมยังเชื่อว่าจะทำให้เธอกระชากเข็มขัดแชมป์มาครองได้ด้วย

“การได้เป็นแชมป์โลกมันจะมีความหมายต่อฉันมาก! ฉันตื่นเต้นที่จะได้ดวลกับแสตมป์! แม้ว่านวม MMA จะเป็นของใหม่สำหรับฉัน แต่ฉันก็แค่ต้องปรับเปลี่ยนเทคนิคเล็กน้อย น่าตื่นเต้นที่จะได้ลองสิ่งใหม่ๆ และก้าวออกจากโซนที่ตัวเองเคยอยู่”

ด้วยสถิติที่น่าประทับใจ 24-4-0 ยูนิคุเชื่อว่าพลังใจของเธอพร้อมเต็มเปี่ยมในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้เธอแตกต่างจากคู่แข่งอย่างแท้จริง เธอมั่นใจด้วยว่าทัศนคตินี้จะช่วยให้เธอสามารถเค้นฟอร์ม 100% ในการดวลกับแสตมป์ เธอรอคอยที่จะได้พบกับหนึ่งในกำปั้นหญิงที่ดีที่สุดจากประเทศไทย

“ไฟต์ในระดับสูงแบบนี้จะช่วยให้ฉันยิ่งซ้อมหนักมากขึ้นไปอีก เมื่อมีเป้าหมายรออยู่ คุณก็อยากจะซ้อมให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ร่างกายแข็งแรงและมีเทคนิคสุดยอด มันจะเป็นไฟต์ที่ดีและยากลำบาก ตอนนี้ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ก้าวขึ้นเวทีด้วยสภาพที่ดีที่สุดของตัวเอง” ยูนิคุทิ้งท้าย

ติดตามชมการถ่ายทอดสดศึก ONE: LEGENDARY QUEST ได้ทางแอปพลิเคชัน ONE Super App และโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของ ONE Championship เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไปตามเวลาประเทศไทย และทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.15 น.


เสียวหมี่ ต้อนรับการเข้าฉาย X-Men: Dark Phoenix เตรียมมอบของขวัญพิเศษเอาใจแฟนซุปเปอร์ฮีโร่ชาวไทย

อีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ หลังเสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก จับมือกับ 20th Century Fox สตูดิโอผู้ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทยที่ซื้อ เรดหมี่ โน้ต 7 ให้สัมผัสพลังแบบเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่แบบจัดเต็ม

ปรากฏการณ์แห่งปีในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันของซุปเปอร์ฮีโร่ ระหว่าง เรดหมี่ โน้ต 7 สมาร์ทโฟนซุปเปอร์ฮีโร่ของเสียวหมี่ และ X-Men ซุปเปอร์ฮีโร่จากฝั่ง 20th Century Fox เพื่อฉลองเปิดตัวภาพยนตร์ที่ทุกคนทั่วโลกรอคอย ด้วยดีลสุดพิเศษจากเสียวหมี่ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนเป็นต้นไปผู้ที่ซื้อ เรดหมี่ โน้ต 7 จะได้รับของสมนาคุณพิเศษจากเสียวหมี่ที่ร่วมกับ X-Men ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เคสมือถือ แหวนยึดโทรศัพท์ เสื้อยืด X-Men และของขวัญอื่นๆ อีกมากมาย โดยข้อเสนอพิเศษนี้มีจำนวนจำกัดถึงวันที่ 24 มิถุนายนนี้เท่านั้น ที่ ไอคอนสยาม เมกาบางนา และร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการของเสียวหมี่สาขาซีคอนสแควร์

สำหรับผู้ที่เยี่ยมชมร้านจัดจำหน่ายทั้ง 3 แห่งนี้ ยังจะมีโอกาสร่วมลุ้นรางวัลของสมนาคุณที่จัดเตรียมขึ้นเป็นพิเศษนี้ด้วยเช่นกัน เพียงถ่ายภาพของท่านในบูธถ่ายภาพของเสียวหมี่ แล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมเปิดสถานะเป็นสาธารณะ และใส่แฮชแท็ก #UnleashYourPower #RedmiNote7 แล้วเตรียมลุ้นรับเสื้อยืด X-Men จำนวน 30 รางวัล โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ผ่านช่องทางเฟชบุ๊คของเสียวหมี่


‘K11 MUSEA’ ประเดิมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ “Festival de Cannes Film Week” ครั้งแรกในเอเชีย!

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ “Festival de Cannes Film Week” พร้อมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์สุดอลังการเป็นครั้งแรกในเอเชียที่เกาะฮ่องกง ณ K11 MUSEA ห้างสรรพสินค้าและศูนย์รวมความบันเทิง จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของเอเชีย ตั้งอยู่ท่าเรือวิคตอเรีย ตั้งแต่ 12-17 พฤศจิกายน 2562 โดย Festival de Cannes Film Week จะฉายหกภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกมาจาก Festival de Cannes 2019 พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหนังภาพยนตร์ที่จะมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ แนะนำเทคนิคและการสร้างภาพยนต์ รวมถึงตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดผ่านมาสเตอร์คลาสภายในงาน

ด้วยความร่วมมือจากเจ้าพ่อแห่งวงการภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศสอย่าง ปิแอร์ เลสคูร์ ประธาน และ เธียรี เฟรโมซ์ ผู้อำนวยการของเทศกาลภาพยนตร์ Festival de Cannes และ นักธุรกิจไฟแรงชาวฮ่องกงอย่าง เอเดรี่ยน เช็ง ผู้ก่อตั้ง K11 กรุ๊ป และ รองประธานกรรมการบริหาร ของ New World Development เพื่อเฉลิมฉลองแนวทางความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และวงการภาพยนตร์ หวังสร้าง Festival de Cannes Film Week ให้เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะฮ่องกง

“เรื่องราวของความเป็นมาของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ‘Festival de Cannes Film Week’ มีที่มาจากบัวโนสไอเรสเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ด้วยแนวคิดของการนำจิตวิญญาณของความเป็นเทศกาลคานส์มาแสดงให้ทั้งโลกได้เห็น เพื่อที่จะสืบทอดและเผยแพร่เนื้อหาคุณภาพในวงการภาพยนตร์แก่ผู้คนทั่วโลกที่ตั้งใจจะมาเยี่ยมเราในเดือนพฤษภาคมของทุกๆ ปี ผ่านการสร้างประสบการณ์ภาพยนตร์สุดประทับใจไม่เหมือนใครให้กับผู้ชม การจัด ‘Festival de Cannes’ มีจุดประสงค์เพื่อเชิญชวนผู้คนทั่วโลกมาเยี่ยมเมืองคานส์ และร่วมเฉลิมฉลองศิลปะแห่งการสร้างภาพยนตร์ พร้อมกับค้นพบผลงานใหม่ๆ ของสุดยอดผู้กำกับแนวร่วมสมัย และผจญภัยไปในโลกแห่งภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเทศกาลในเมืองคานส์ ซึ่งจุดประกายที่มาของ ‘Festival de Cannes Film Week’ คงไม่มีที่ไหนที่เหมาะสมแก่การสืบทอดจิตวิญญาณและผลงานจากศิลปินทั่วโลกไปมากกว่าฮ่องกง สถานที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของผู้ผลิตภาพยนตร์คุณภาพมากมายที่เคยมาแสดงผลงานที่คานส์” ปิแอร์ เลสคูร์ ประธานผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ และ เธียรี เฟรโมซ์ ผู้อำนวยการของเทศกาลภาพยนตร์ นานาชาติเมืองคานส์กล่าว

เอเดรี่ยน เช็ง ผู้เชื่อในพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเพื่อยกระดับชีวิตประจำวันทั้งในเชิงธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมมือกับ ปิแอร์ เลสคูร์ และ เธียรี เฟรโมซ์ เพื่อเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ‘Festival de Cannes Film Week’ เป็นครั้งแรกที่ประเทศฮ่องกง และทวีปเอเชีย กว่าหลายทศวรรษที่ ‘Festival de Cannes’ ได้นำเสนอเทศกาลภาพยนตร์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คานส์เป็นเทศกาลแห่งประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์รวมที่สุดแห่งพลังของความคิดสร้างสรรค์ในการทำภาพยนตร์มาไว้ในที่เดียวกัน เรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเนื้อหาคุณภาพเยี่ยมที่ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีมาให้แก่ผู้ชมที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก มาไว้ที่ Festival de Cannes Film Week ณ K11 MUSEA ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับ K11 MUSEA”

Festival de Cannes Film Week และหกภาพยนตร์จากการคัดเลือกที่งาน 2019 Festival de Cannes จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชีย วันที่ 12 พฤศจิกายน นี้ พบกับการเดินพรมแดงสุดตระการตาของผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังระดับโลก พร้อมด้วยมาสเตอร์คลาสจากผู้เชี่ยวชาญไฟแรงในแวดวงภาพยนตร์ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับเหล่าแฟนๆ ที่ต้องการสัมผัสกับโลกแห่งภาพยนตร์ส่งตรงจากเมืองคานส์อย่างใกล้ชิด ที่ฮ่องกงที่เดียวเท่านั้น

ติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร และข้อมูลเพิ่มเติมของเทศกาลภาพยนตร์แห่งปีของเอเชียในปลายปีนี้

**********

FESTIVAL DE CANNES

Website: www.festival-cannes.com/

Facebook: www.facebook.com/festivaldecannes/

Instagram: www.instagram.com/festivaldecannes/

Twitterhttps://twitter.com/Festival_Cannes

**********

K11 MUSEA

18 Salisbury Road, Tsim Sha Tsui, Hong Kong

Website:www.k11musea.com/en/

Facebook: www.facebook.com/K11MUSEA/

Instagram: www.instagram.com/k11musea/


‘แลนดี้ โฮม’ ทุ่มกว่า 50 ล้านเปิด ‘ศูนย์การเรียนรู้การสร้างบ้าน’ ใจกลางเมืองติด BTS พระโขนง

แลนดี้ โฮม ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศไทย ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท เปิดตัวสาขาแห่งใหม่บนถนนสุขุมวิท ติด BTS พระโขนง สร้างเป็น “ศูนย์กลางเรียนรู้การสร้างบ้าน” พร้อมเผยนวัตกรรมใหม่มัดใจลูกค้า โดยไตรมาสแรกอัตราก่อสร้างบ้านยังขยายตัว กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านเนื้อยังหอม เพราะมีความเชื่อถือ สะดวกสบาย และครบวงจร ทำให้บริษัทฯ ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาบริการ นวัตกรรม และขยายสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุดนางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การเพิ่มสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริการและนวัตกรรมอันทันสมัย ยังถือเป็นกลยุทธ์หลักที่ แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมา เราเติบโตขึ้น 5 – 10% จากการวางกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างครบครัน อาทิ การจัดแคมเปญโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าให้เร็วยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) ผ่านการจัดกิจกรรมโรดโชว์และเน้นการสื่อสารไปยังลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์

ที่สำคัญ แลนดี้ โฮม ยังเปิดตัวแบบบ้านใหม่ทุกปี แสดงถึงศักยภาพทางด้านธุรกิจที่เหนือกว่าบริษัทรับสร้างบ้านรายอื่นๆ ทำให้แลนดี้ โฮม สามารถปิดยอดสัญญาสร้างบ้านได้กว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ แลนดี้ โฮม ยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์ความรู้ ด้านดีไซน์แบบบ้าน ด้านวัสดุ ด้านสินเชื่อ เป็นต้น ทำให้เกิดความคิดที่สร้างสาขาใหม่ใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน ภายใต้คอนเซ็ป Home Builder Center ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นแบบบ้านที่เยอะที่สุด ทันสมัยที่สุด ที่มารวมอยู่ที่นี้ การเดินทางสะดวกสบาย เข้าถึงได้ง่าย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศไทย”

“ล่าสุดได้เปิดสาขาสุขุมวิท เป็นสาขาที่ 8 ทั้งนี้ แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพมาตรฐานในการบริการ ตลอดจนถึงมาตรฐานการก่อสร้างให้ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกสาขามีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ หรือแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน ทำให้แต่ละสาขาของแลนดี้ โฮม เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่แตกต่าง นอกเหนือจากการบริการและมาตรฐานการก่อสร้างที่ดีแล้ว แลนดี้โฮมยังให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพ ทั้งนี้บนทำเลบนถนนสุขุมวิท อันเป็นศูนย์รวมธุรกิจ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ทำให้แลนดี้ โฮม มั่นใจที่จะเปิดตัวสาขาใหม่ที่เป็นแหล่งองค์ความรู้ ให้กับทุกคนที่สนใจเรื่องสร้างบ้าน และด้วยศักยภาพของบริษัทฯ จึงสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม แบบ One Stop Service ครบ จบ ในที่เดียว”นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงจุดเด่นว่า การเปิดสาขาใจกลางเมืองสุขุมวิท ทางแลนดี้ โฮม พัฒนาโชว์รูมเป็น Home Builder Center ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการออกแบบ ด้านการก่อสร้าง ด้านเทคโนโลยี ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีด้านการสินเชื่อ ด้านฮวงจุ้ย เป็นต้น ให้ความรู้ แชร์ประสบการณ์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องสร้างบ้าน

แลนดี้ โฮมสาขาสุขุมวิทยังเป็น Home Builder Center ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทยและความเป็นมัลติมีเดีย เพียงขยับแค่ปลายนิ้วจะทำให้ได้ประสบการณ์การสร้างบ้านที่แตกต่างจากศูนย์รับสร้างบ้านอื่นๆ และยังตกแต่งสาขาให้ดูหรูหรากึ่งเลาจน์ มีการออกแบบโดยอินทีเรียชั้นนำของประเทศไทย ทำให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ได้ดูทั้งบ้าน ได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ความรู้สึกเป็นกันเอง สาขาสุขุมวิทยังรวบรวมแบบบ้านที่นิยมมาก ตั้งแต่ปี 2016 – 2018 และแบบบ้านใหม่ 6 หลัง ที่เปิดตัวไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้แต่วัสดุก่อสร้างยังรวบรวมมาไว้ที่นี้

ที่ตั้งสาขานี้อยู่บริเวณใกล้แยกสุขุมวิท-พระราม4 ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง การเดินทางก็เป็นปัจจัยสำคัญ สาขาสุขุมวิทเชื่อมกับเส้นทางการคมนาคม 2 สาย อันเป็นการดึงการสัญจรจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งจากพื้นที่สุขุมวิท พระราม4 ศรีนคริน สาทร บางนา เป็นต้น อีกทั้งเป็นย่านธุรกิจ ศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารชื่อดัง ยังใกล้สถานศึกษาทั้งเอกชนและรัฐบาล ที่มีคณะทีเกี่ยวข้องกับการออกแบบและการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่อาศัย ในย่านนี้การอยู่อาศัยบ้านเดี่ยวระดับกลางจนถึงระดับไฮเอนด์ที่มีราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาทจนถึง 150 ล้านบาท ทำให้เป็นเครื่องชี้วัดได้ว่ากำลังซื้อของผู้คนในย่านดังกล่าวค่อนข้างสูง และมีไลฟ์สไตล์ที่มีระดับ

คาดว่าสาขาสุขุมวิทที่เป็นแหล่งองค์ความรู้ให้กับบุคคลที่สนใจ ยังเป็นที่แชร์ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญต่างๆอีกด้วย ทั้งนี้ในช่วงเปิดสาขาใหม่ แลนดี้ โฮม ได้มอบแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษแบบสุดคุ้มเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าอย่างจุใจ อาทิ ฟรีเสาเข็มเจาะ, จองเท่าไร ลดเท่านั้น, อัพเกรดห้องน้ำผู้สูงอายุ, ระบบบ้านปลอดแมลงสาบ, อัพเกรดวัสดุ เป็นต้น นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร กล่าวนายพานิช มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างและบริหารสำนักงานบริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงภาพรวมประสิทธิภาพการก่อสร้างและมาตรฐานการบริการของ แลนดี้ โฮม เปิดเผยว่า แลนดี้ โฮมได้พัฒนาระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป “NOVA SYSTEM” ที่ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูงจากญี่ปุ่น มีการควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนทุกขั้นตอนการผลิตจากโรงงาน ทำให้ได้วัสดุที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด โดยมีจุดเด่นที่ความรวดเร็วในการก่อสร้าง และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีระบบการเชื่อมเสาและคานโดยเหล็กรูปพรรณแบบ Multi Joint Lock ให้ลูกค้ามั่นใจกับความแข็งแรงที่มากกว่า พร้อมรับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 20 ปี ด้วยความไว้วางใจของลูกค้าที่สร้างบ้านกับแลนดี้ โฮม มากกว่า 5,000 หลัง ไม่มีลูกค้าสักรายที่ร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวกับโครงสร้าง

ทางแลนดี้ โฮมได้พัฒนาระบบบ้านปลอดแมลงสาบ “CP Design” ที่มีการจัดระบบสุขาภิบาลอันทันสมัย พร้อมมุ่งเน้นการออกแบบเพื่อตัดวงจรชีวิตของแมลงสาบ ทำให้บ้านทุกหลังที่ปลูกสร้างกับ แลนดี้ โฮม ไร้ปัญหาแมลงสาบกวนใจได้เกือบ 100% โดยไม่พึ่งพาสารเคมีนอกจากประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ทุกบ้านทุกครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่ด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ที่ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ไม่ว่าเป็นทางเดิน ห้องน้ำ ที่สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องให้ลูกหลานต้องดูแลตลอดเวลา จนทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข แลนดี้ โฮม มุ่งมั่นและใส่ใจกับลูกค้าทุกรายได้พัฒนานวัตกรรมบ้านผู้สูงอายุ “Landy Elder Care” ที่สามารถเอื้อต่อผู้สูงอายุ ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพและร่างกาย ให้สามารถใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างสะดวกสบาย อาทิ ราวจับ ทางลาด จนถึงวิธีการออกแบบห้องให้เหมาะสม ภายใต้การคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

อีกหนึ่งปัญหาที่คนคิดจะสร้างบ้านมีความวิตกกังวลกันทุกคน คือผู้รับเหมาทิ้งงาน ค่าใช้จ่ายบานปลาย บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบติดตามงานอัจฉริยะ “Landy Work Flow System” ที่ใช้บริหารการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เป็นลำดับขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลาที่บ้านของลูกค้าอยู่ระหว่างการปลูกสร้าง จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากวิศวกรมืออาชีพ ในการเข้าควบคุม Site งาน และรายงานผลการก่อสร้างให้ลูกค้ารับทราบอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน ผ่านระบบการติดตามงาน ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ลูกค้าคลายความกังวลในช่วงระหว่างการก่อสร้างบ้าน

ด้านมุมมองของ แลนดี้ โฮม ต่อภาพรวมและทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้านเมืองไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2562 นั้น บริษัทฯ มองว่า ทิศทางน่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง เพราะในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น โดยมูลค่าการก่อสร้างขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนๆ อีกทั้งผู้บริโภคมีอัตราปลูกสร้างบ้านมากขึ้น โดยนิยมเลือกใช้บริการผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นมืออาชีพ มากกว่าการจ้างผู้รับเหมารายย่อย เพราะต้องการความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย พร้อมการบริการแบบครบวงจร


ในปัจจุบันมีบริษัทรับสร้างบ้านรายใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดมากยิ่งขึ้น จึงเกิดการแข่งขันที่รุนแรง ฉะนั้นจึงต้องสร้างความน่าสนใจในแคมเปญโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า พร้อมสร้างความแตกต่างทั้งรูปแบบการดีไซน์และวัสดุที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อช่วยลดปัญหาการจ้างแรงงาน และเพิ่มความรวดเร็วในการก่อสร้าง โดยยังคงรักษามาตรฐานของการก่อสร้าง และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมทั้งมีการพัฒนาแบบบ้านที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเหมาะกับการอยู่อาศัยของคนทุกวัย ภายใต้การบริการที่ดีเยี่ยม


‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ 
ส่งมอบรถลิมูซีน ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส’ กว่า 40 คันให้กับ 6 โรงแรมห้าดาวชั้นนำของเมืองไทย!

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive จำนวนกว่า 40 คัน เพื่อเป็นรถลิมูซีนในการให้บริการแก่ลูกค้าคนสำคัญในงาน ‘The Taste of Legacy’ ถือเป้นการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรกับ 6 โรงแรมชั้นนำระดับห้าดาว
ของเมืองไทย ในการทำธุรกิจรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรครั้งยิ่งใหญ่มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรมากว่า 20 ปีโดยมีกลุ่มลูกค้าระดับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ภายใต้บริการที่มีชื่อว่า 
‘Mercedes-Benz Corporate Solutions’ บริษัทฯ 
ได้นำเสนอบริการอันเป็นเลิศทั้งในด้านรถยนต์เปี่ยมสมรรถนะ ทีมบริการหลังการขาย รวมถึงโปรแกรมที่สนับสนุนการทำธุรกิจของลูกค้าแต่ละองค์กร การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ใช่แค่การเสริมสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความหรูหราที่สะท้อนผ่านวัสดุคุณภาพ ที่มาพร้อมระบบ ความปลอดภัย ซึ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างเลือกเป็นพันธมิตรธุรกิจรถยนต์กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับในประเทศไทย เราถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาว โดยรถยนต์ตระกูลเอส-คลาส ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในทุกองค์ประกอบ สมฐานะยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก”

“สำหรับงาน ‘The Taste of Legacy’ ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมือ
ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการรถลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำรายใหญ่ของเมืองไทย อย่าง เบลล์ ทรานสพอร์ท และโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทยทั้ง 6 แห่ง อย่าง โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โรงแรม สุโขทัยกรุงเทพ และโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ที่พร้อมส่งมอบที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ผ่านขบวน ยนตรกรรมหรู Mercedes-Benz S 350 d Exclusive กว่า 40 คัน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ในการดำเนินงานที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของตน” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติมมร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 
กล่าวว่า “การส่งมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งมอบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ด้วยมูลค่ารถยนต์รวมกว่า 300 ล้านบาท โดยหลากหลายโรงแรมพันธมิตรของเรา นับเป็นลูกค้าธุรกิจกลุ่มองค์กรยุคแรกเริ่มที่เลือกใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อดูแลลูกค้าคนสำคัญมายาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่รุ่น Mercedes-Benz S 320 CDI จนเปลี่ยนมาใช้ Mercedes-Benz 
S 350 d Exclusive ซึ่งสิ่งนี้สามารถสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของแต่ละโรงแรมที่มีต่อรถยนต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ในฐานะเครื่องหมายที่แสดงถึงมาตรฐานและคุณภาพขั้นสูงที่ทางโรงแรมตั้งใจจะมอบให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน เอส-คลาส นับเป็นรถลิมูซีนระดับพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัส”

รถยนต์ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ถือเป็นรถยนต์ที่พร้อมจะมอบนิยามอีกขั้นของความสะดวกสบาย จากห้องโดยสารที่มาพร้อมกับระบบ ENERGIZING Comfort Control เทคโนโลยีที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของ
ไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งด้านหลัง 6 แบบ เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารผ่อนคลาย พร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม รวมถึงที่นั่งตอนหลังที่มาพร้อมกับ Chauffeur Seat Package ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังได้มากยิ่งขึ้น จากการปรับเลื่อนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. จากตำแหน่งปกติ ทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังฝั่งซ้ายเพิ่มขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย ด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ และ Android Auto ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง รวมถึงดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น และสมรรถนะอันดีเยี่ยมมร.จอห์น บลองโค ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ กล่าวว่า “คาเพลลา กรุงเทพ เป็นรีสอร์ทหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ำแห่งมหานคร ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ซึ่งก่อนที่จะเปิดตัวใน ช่วงปลายปีนี้ เราได้เตรียมความพร้อมในหลากหลายด้าน เพื่อมอบสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ที่มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ ซึ่งการเลือกรถยนต์ เอส-คลาสมาเป็นรถลิมูซีนของโรงแรมเรา ก็นับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะสะท้อน ความเหนือระดับของโรงแรม คาเพลลา กรุงเทพ และมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมลงให้แก่ แขกผู้มาเข้าพักทุกท่าน”มร.เทนน์ เจ คูลแมน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ กล่าวว่า “โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภายใต้อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป (IHG) มุ่งมั่นที่จะส่งมอบการบริการอย่างไร้ที่ติแบบ True Hospitality ให้แก่ลูกค้าทุกท่านอยู่เสมอ เราเชื่อมั่นที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการต้อนรับและมีคุณค่าไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ผ่านการให้บริการอย่างจริงใจและ มีคุณภาพสูงสุดซึ่งการที่เราเลือกใช้รถยนต์เอส-คลาสมาเพื่อเป็นรถลิมูซีนของโรงแรมนั้น นับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ในการมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้าของเรา และช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับตลอดการเดินทาง”มร.อเล็กซ์ พิเชล ผู้จัดการใหญ่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “โรงแรม
สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เป็นการผสมผสานระหว่างแบรนด์เคมปินสกี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความชำนาญการ ความปราณีต และพิถีพิถันในแบบยุโรปเข้ากับมาตรฐานการบริการที่ดีเลิศและศิลปะวัฒนธรรมอันอ่อนช้อยในแบบไทย พร้อมกับความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่แขกที่เข้าพัก ทั้งที่เป็นนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว การที่เราเลือกนำรถยนต์เอส-คลาส มาเพื่อใช้เป็นรถยนต์ลิมูซีนของโรงแรมนั้น สามารถสะท้อนทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ที่สอดคล้องกับหลักการของโรงแรมได้เป็นอย่างดี”มร.มาซายะ ฮาเซเบะ รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “โรงแรมของเราดำเนินงานภายใต้ปรัชญาที่เรียบง่าย อย่าง ‘Best A.C.S.’ คือ ความมุ่งมั่นที่จะมีห้องพัก ที่ดีที่สุด (Best Accommodation) การบริการอาหารและเครื่องดื่มที่ดีที่สุด (Best Cuisine) และ การบริการที่ดีที่สุด (Best Service) ซึ่งเราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้เป็นอย่างดีตลอดมา ซึ่งในวันนี้ ทางโรงแรมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยอีกครั้ง ในการเลือกใช้รถยนต์เอส-คลาสมาเป็นรถลิมูซีนของโรงแรมเรา เนื่องจากเราได้ตระหนักแล้วว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถพัฒนายานยนต์ที่มอบ
ความประทับใจสูงสุดให้กับแขกของเราเสมอ”มร.อเล็กซานเดอร์ ชิลลิงเกอร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสุโขทัยกรุงเทพ กล่าวว่า “สุโขทัย แปลว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข ซึ่งนอกจากความหมายที่ลึกซึ้งแล้ว ยังรวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ จิตวิญญาณที่งดงาม ความสุขสงบและความเป็นส่วนตัว ที่นำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปรัชญาพื้นฐานที่เรายึดถือเพื่อให้แน่ใจว่าทุกการบริการที่ลูกค้าได้รับนั้นดีที่สุด ด้วยวิสัยทัศน์ที่คล้ายคลึงกันระหว่างเราและเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้า ทำให้เรามั่นใจว่าแขกคนสำคัญของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับ ตลอดการเดินทางด้วยรถยนต์เอส-คลาสอย่างแน่นอน”คุณทีน่า ลิว ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “ทางโรงแรมรู้สึกเป็นเกียรติ อย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ เราและเมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กันมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินงานในปีพ.ศ. 2555 เนื่องด้วยวิสัยทัศน์ที่ตรงกันในการที่จะให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสุดยอดนวัตกรรมและการบริการที่ดีที่สุด อย่างเช่นรถยนต์รุ่น S 350 d Exclusive ที่นอกจากจุดเด่นในด้านเทคโนโลยีแล้ว รถคันนี้ยังมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องดีไซน์ และความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาให้บริการแก่ลูกค้าของทางโรงแรมดับเบิ้ลยู ในฐานะที่เป็นดีไซน์ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์โฮเต็ลอีกด้วย”คุณหัสดินทร์ เอี่ยมชีรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลล์ ทรานสพอร์ท กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับการมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร
ทุกท่าน นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเราได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้าทั้งกลุ่มโรงแรม หน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชน ในการเป็น ผู้ให้บริการรถยนต์ลิมูซีนเพื่อช่วยคัดเลือกรถยนต์ที่มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็น
แบรนด์รถยนต์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในการนำไปส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ซึ่งตลอดการทำงานร่วมกันกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถตอบโจทย์ใน การดำเนินธุรกิจของผมได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งมอบบริการอันดีเยี่ยมในราคาที่คุ้มค่าและเหมาะสม”


Privacy Preference Center